‘ชูวิทย์’ ชี้ช็อตวัดใจ ‘พรรคส้ม’ ระหว่างอุดมการณ์กับโลกความจริง ‘ธนาธร’ ส่งสัญญาณใหม่ ไม่ปิดประตูจับมือการเมืองเก่า หลังเคยประกาศไม่เอา ‘เทา’ คำถามคาใจประชาชน พรรคส้มจะยืนหยัดอุดมการณ์ หรือยอมประนีประนอมเพื่อเป็นรัฐบาล เหน็บแรง กลืนน้ำลายเป็นเรื่องปกติ แต่กลืนเสลดหนักมากกว่าหลายเท่า
เมื่อวันที่ 8 ม.ค.69 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คว่า…
“เมื่อส้มผสมกับน้ำเงิน
นี่คือช็อตเด็ดที่วัดระหว่าง อุดมการณ์ กับ โลกความเป็นจริง
หลังการเลือกตั้งจะได้เห็นผลคะแนน
ประชาชนที่เคยได้ยินอุดมการณ์ “ไม่เอาเทา“ ของพรรคส้ม
หรือที่ไหมเคยบอกว่า “ไม่มีทางโหวตชื่ออนุทินเป็นนายกฯ ครั้งที่สอง”
แต่ล่าสุด ธนาธรมีท่าทีเปลี่ยนไปจากการโพสต์บนเฟสบุ๊คของตัวเองว่า
”ไม่เคยพูด ว่าจะไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับน้ำเงินและแดง“
หมายความว่า เราอาจจะได้เห็นพรรคส้มจับมือกับพรรคน้ำเงินเป็นรัฐบาลครั้งหน้าก็ได้
โปรดอย่าได้แปลกใจ เมื่อพรรคส้มต้องเลือก ระหว่างละทิ้งอุดมการณ์ และเริ่มคุ้นชินจนถูกกลืนเข้าไปในโลกของการเมืองเก่า แต่ได้เป็นรัฐบาลบริหารประเทศ
กับการยึดมั่นอุดมการณ์ของตัวเอง แต่เป็นฝ่ายค้านครั้งแล้วครั้งเล่า
ธนาธรเริ่มเข้าใจแล้วว่า
“เปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับการเมือง เข้าสู่วงจรอำนาจ ง่ายมากกว่าเปลี่ยนการเมืองให้เป็นแบบที่ตัวเองต้องการ“
เท่าที่เช็คข่าวล่าสุด หัวหน้าเท้งแห่งพรรคส้มยังยืนยันว่า
“จะไม่มี ส.ส. พรรคประชาชนคนไหน ยกมือโหวตอนุทินเป็นนายกฯ อีกต่อไป”
นั่นหมายความว่า หากพรรคน้ำเงินได้จำนวน ส.ส. เป็นอันดับ 1 เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคส้มจะไม่ร่วมรัฐบาล และไม่โหวตให้อนุทินเป็นนายกฯ
แต่ถ้าพรรคส้มได้ ส.ส. เป็นอันดับ 1 แต่ไม่เกิน 250 ที่นั่งล่ะ?
จะยอมให้พรรคน้ำเงินมาร่วมรัฐบาลไหม?
หัวหน้าเท้งช่วยตอบให้ชัดๆ อย่างที่เคยพูดไว้ว่า
“พรรคไหนที่ไม่ประกาศชัดล่วงหน้าว่าไม่ร่วมกับใคร นั่นคือเทา“
ในเมื่อพรรคส้มบอกว่าตัวเองไม่เทา งั้นช่วยพูดให้ชัดๆ มาล่วงหน้าเลยครับ ประชาชนจะได้ไม่สับสน
เพราะหลังๆ การพูดของธนาธรศาสดาพรรคส้ม เสียงเริ่มแปร่งๆ ไปทุกที เมื่อใกล้วันเลือกตั้ง
กลืนน้ำลายมันเป็นเรื่องปกติ
แต่กลืนเสลดมันหนักมากกว่าหลายเท่า



















