‘เท้ง’ เปิดวิสัยทัศน์ ชู 12 ภารกิจ พร้อมแบ่งงานทีมบริหาร 2 สาย ‘ทำเนียบ-กระทรวง’ เชื่อ ภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินแบบที่ใช้เจตจํานงทางการเมืองเป็นตัวนํา จะสร้างความการเปลี่ยนแปลงได้จริง ลั่น พอกันที กับประโยค เลือกใครไปก็เหมือนเดิม แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ คือเวลาของการตั้งรัฐบาลประชาชน
เมื่อวันที่ 11 ม.ค.69 พรรคประชาชน จัดกิจกรรม “วิสัยทัศน์รัฐบาลประชาชน” เปิด 12 ภารกิจรัฐบาลประชาชน พร้อมทีมบริหารครบทีม นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หลาย 10 ปีผ่านมา ประเทศไทยของเราติดหล่มอยู่ในคําว่า ประเทศกําลังพัฒนา ปัญหาเดิมรุนแรงมากยิ่งขึ้น ปัญหาใหม่ๆ ก็ถาโถมเข้ามาทุกวัน โดยเฉพาะสิ่งที่พวกเรากําลังเผชิญหน้าอยู่ทุกวันนี้
ดังนั้น การบริหารประเทศแบบเดิมๆ การจัดตั้งรัฐบาลแบบเดิมๆ ไม่สามารถทําให้ประเทศของเราไปตรงไหนได้อีกต่อไปนี่จึงเป็นโจทย์ของพรรคประชาชน ที่เราจะตั้งรัฐบาลประชาชน เพื่อออกแบบมาทําลายข้อจํากัดต่างๆ การบริหารแบบเดิมๆ มีกรอบข้อจำกัด 2 ปัญหาคือ 1.การบริหารราชการแบบเดิม แต่ละกระทรวงต่างคนต่างทำ ทำงานเป็นไซโล ตัวชี้วัดต่าง ๆ แม้จะมีแผนบูรณาการ แต่ก็ไม่เคยเกิดผลสัมฤทธิ์ได้จริง
2.ปัญหาการบริหารราชการแผ่นดินแบบเดิม คือ เรื่องการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีประจำกระทรวงต่าง ๆ ที่ผ่านมา ไม่ได้จัดตามภารกิจที่เหมาะสม ไม่ได้จัดตามคนที่มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสม แต่จัดตามโควต้าทางการเมือง เอาจำนวน สส. ในสภาไปหารแลกเป็นรัฐมนตรีออกมาแต่ละกระทรวง ยิ่งซ้ําเติมปัญหาต่างคนต่างพรรค ไม่มีการประสานงานข้ามกระทรวงกันเลย

หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวต่อว่า หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า เมื่อเข้าไปมีอํานาจคุมกระทรวงใหญ่ งบประมาณเยอะ ฝ่ายการเมืองมีผลประโยชน์ทับซ้อน ในการใช้งบประมาณ เพื่อเอามาหาเสียง ซื้อสิทธิ์ขายเสียงในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ ปัญหาวงจรอุบาท ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยซ้ําแล้วซ้ําเล่า รัฐบาลประชาชนเราจะทําลายข้อจํากัดต่างๆ เหล่านี้ เพื่อเป็นรัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลง ทําให้ประเทศไทยหลุดออกจากปัญหาวงจรแบบนี้ ไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไป หากถามว่า รัฐบาลประชาชนจะสร้างความแตกต่างจากปัญหาเดิมได้อย่างไร
รัฐบาลประชาชนออกแบบโครงสร้างทีมบริหาร ที่มุ่งเน้นการทํางานแบบภารกิจ เอาภารกิจเป็นตัวนํา เพื่อตอบสนองความท้าทายของประเทศ และเอาผลประโยชน์ของชาติเป็นตัวตั้ง ซึ่งชาติในที่นี้หมายถึงประชาชนคนไทยทุกคน รัฐบาลประชาชน จะเป็นรัฐบาลที่ใช้บุคลากรที่เหมาะสมกับงาน มีความรู้ความสามารถ แต่สิ่งที่สําคัญที่สุด คือเจตจํานนทางการเมือง ตัวแทนประชาชนที่มาจากประชาชนคนไทยทุกคน รัฐบาลประชาชน จะเป็นรัฐบาลที่สร้างไทยที่ไม่เทา ไทยเท่ากัน เท่าทันโลก
นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า วิธีการบริหารงานของรัฐบาลประชาชน คือเรามุ่งเน้นการบริหารทํางานแบบเอาภารกิจนำ ซึ่งต้องใช้ทีมผู้นําที่เข็มแข็ง ไม่ใช่ตัวตนคนเดียว ตนทำคนเดียวไม่เพียงพอ เราต้องการทีมบริหารที่เข้มแข็ง จึงประกอบไปด้วยโครงสร้างสําคัญ 2 ส่วน คือทีมทําเนียบรัฐบาล และ ทีมประจํากระทรวง
สำหรับทีมทําเนียบ จะเป็นหัวใจศูนย์กลางทํางานของรัฐบาลประชาชน เปรียบเสมือนกองบัญชาการของพวกเรา คอยกําหนดเป้าหมาย ลําดับความสําคัญ และเชื่อมประสานการทํางานในแต่ละกระทรวง มีรองนายกรัฐมนตรี 4 คน ที่รับผิดชอบดูแลแต่ละด้าน นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด รองนายกรัฐมนตรีด้านคุณภาพชีวิต นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านการปฏิรูปรัฐ ไม่ต้องควบกระทรวง เพื่อให้ไม่ต้องติดงานรายวัน สําหรับตนในฐานะนายกรัฐมนตรี จะดูแลภาพใหญ่ เพื่อประสานการทํางานระหว่างรองนายกรัฐมนตรีทุกคน
ขณะที่ทีมกระทรวง แต่ละคนจะรับผิดชอบงานหลักแต่กระทรวง ทําตามภารกิจ ภายใต้การกํากับดูแลของรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งรัฐมนตรีและทีมบริหารของกระทรวง จะเป็นบุคลากรที่พวกเราจัดตามความรู้ความสามารถ เหมาะสมกับงาน เข้าใจภารกิจ และมีเจตจํานงมุ่งมั่น ในการสร้างการเปลี่ยนแปลง เป็นผู้บริหารที่สามารถทํางานร่วมกับข้าราชการได้ และได้รับความไว้วางใจจากประชาชน
“ภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินแบบรัฐบาลประชาชน ที่จะใช้เจตจํานงทางการเมืองเป็นตัวนํา การทํางานแบบมืออาชีพ นี่คือรัฐบาลที่จะสร้างความการเปลี่ยนแปลงได้จริง ให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทย การเลือกตั้งครั้งนี้ พอกันที กับประโยคที่บอกว่า เลือกใครไปก็เหมือนกัน เลือกใครไปก็เหมือนเดิม ผมยืนยันว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ จะไม่ใช่ประโยคที่บอกว่า กาก้าวไกล หรือกาพรรคประชาชนแล้ว ประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิม แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ คือเวลาของการตั้งรัฐบาลประชาชน รัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลง 8 กุมภาพันธ์นี้ กาพรรคประชาชน 2 ใบ และบัตรใบที่สาม กาเห็นชอบกับบัตรประชามติด้วย” ณัฐพงษ์ ย้ำ
ทั้งนี้ 12 ภารกิจหลัก ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ประกอบด้วย 1. อุตสาหกรรม: ฟื้นชีวิตเสือตัวที่ห้า พาอุตสาหกรรมไทย ไปแข่งกับโลก 2. เศรษฐกิจ: หยุดหลุมดำเศรษฐกิจ ติดปีก SMEs 3. การต่างประเทศ: การทูตโปรไทย สง่างามบนเวทีโลก 4. การบริหาร: Lean and Clean Thailand ปฏิรูปงบ ประมาณ กระจายอำนาจ 5. คุณภาพชีวิต: คุณภาพชีวิตใหม่ 6. เกษตรและที่ดิน: พลิกโฉมชนบทไทย ปฏิรูปที่ดินครั้ง ใหญ่ เกษตรยุคใหม่ ยั่งยืน 7. โครงการพื้นฐาน: Orange Mega projects 8. ยุติธรรม: คืนความยุติธรรมให้สังคม ปฏิรูปตำรวจ ศาล ราชทัณฑ์ 9. ความมั่นคง: ความมั่นคงยุคใหม่ สร้างกองทัพทันสมัย ปราบภัยสแกมเมอร์ ทุนเทา 10. การศึกษา: การเรียนรู้ไร้รอยต่อ ยกระดับทักษะคน ไทย ให้ทันโลก 11. พลังงาน: รับมือโลกรวน พร้อมปฏิรูปพลังงานไทย 12. แรงงาน: เพิ่มสิทธิแรงงาน ค่าแรงเท่ากันค่าครองชีพ



















