“บวรศักดิ์“ ประชุมถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่ กำชับเตรียมคู่มือรับฝนตกหนักช่วงปลายปีนี้ น้ำมาแน่หลังข้อมูลหลวงปู่ศิลา - พยากรณ์ตรงกัน จะปล่อยซ้ำรอยไม่ได้ถ้ารัฐบาลหน้านายกฯยังชื่อ “อนุทิน“ ไม่มีสิทธิ์แก้ตัว
วันที่ 15 ม.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะทำงานถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมรับมือมหาอุทกภัย ครั้งที่ 1/2569 ว่า ต้องขอบคุณทุกคนที่มาช่วยกันในเรื่องนี้ ซึ่งเมื่อวานตนได้ไปเยี่ยมสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ก็จะเห็นได้ว่าวิเคราะห์ว่าในปีนี้ฝนจะมาเร็ว ซึ่งข้อมูล ตรงกันทั้งข้อมูลของทางอาจารย์รอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคำพยากรณ์ของพระเกจิอาจารย์ คือ หลวงปู่ศิลา สิริจันโท และคำพยากรณ์ของโหร ซึ่งวิทยาศาสตร์และจิตศาสตร์ตรงกันโดยบังเอิญ จึงขอให้เตรียมรับมือไว้เลย มาใหญ่แน่ โดยเฉพาะช่วงต้น ซึ่ง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จากโมเดลที่รันมาก็จะเทคนิคคอลมาก และเป็นในช่วงเดิม ในช่วงเดือนตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม แดงเถือกเลย เพราะฉะนั้นการที่ไจก้า (JICA) มาในวันที่ 26 มกราคม และจะลงไปพื้นที่สงขลา 28 ม.ค. โดยจะมาดูข้อมูลที่สารสนเทศทรัพยากรน้ำ และกรรมการชุดนี้จะมีความสำคัญ เพราะว่าจะต้องช่วยกันระดมความคิดและนำข้อมูลที่นักวิชาการทำ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว.สั่งตั้งและรายงานกลับขึ้นมา เพื่อให้สภานโยบายทราบแล้ว
รองนายกฯ กล่าว่า ต้องขอความกรุณาเลขาฯ และคณะ ที่ต้องการ ไม่ใช่เป็นผลการศึกษาเฉยๆ แต่ต้องบอกว่า เมื่อเกิดอะไรขึ้น ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบทำอะไร หรือรับช่วงต่ออย่างไร หรือต้องมีสิ่งที่เรียกว่าคู่มือปฏิบัติการ ตั้งแต่ขั้นพยากรณ์ติดตามอากาศสภาพอากาศ และจากสภาพอากาศมาเป็นฝน การแจ้งเตือน ไปจนกระทั่งถึงการอพยพ การมีศูนย์บัญชาการซึ่งจะต้องมีคู่มือที่ชัดเจนว่าใครทำอะไรอย่างไร และจะต้องลงมือซ้อม เพราะน้ำมา 2 ทาง คือทางทิศเหนือซึ่งทิศนี้ยังไม่ได้ดูรายละเอียด แต่ทิศใต้ต้องทำคู่มือรายละเอียด เช่น ช่วงไหนเรือขับเคลื่อนระบายน้ำ ที่กองทัพเรือนำเรือไปไว้ที่สงขลา 30 ลำ ต้องไประบายที่ปัดคลองระบายน้ำร.1 หรือคลองอู่ตะเภา ตรงนี้ต้องเป็นแอคชั่นแพลนจริงๆ
“ต้องขอบคุณทุกคนที่มาอีกครั้ง และผมคิดว่าเราก็มีเวลาเหลืออยู่อีกไม่มากแล้ว ผมก็หวังว่า เราจะเอาทุกอย่าง มาอินทิเกรต และทำเป็นข้อมือแอคชั่นแพลนได้และต้องซ้อม และถ้าน้ำมาอีกแล้วเกิดเหตุอย่างปี 68 อีก ถ้ารัฐบาลอื่นคงไม่เป็นไร แต่ถ้ายังเป็น รัฐบาลที่มีนายกฯ ชื่ออนุทิน อยู่อีก คราวนี้ไม่มีข้อแก้ตัวแล้ว นั่นแปลว่าเราไม่ได้เรียนรู้ จากสิ่งที่เป็นความฉุกละหุกในอดีต” นายบวรศักดิ์ กล่าว



















