“หัวหน้าพรรครักชาติ” นำทีมแคนดิเดตนายกฯ ลงพื้นที่สวนเบญจกิติ พบปะนิวโหวตเตอร์รุ่นน้องโรงเรียนเก่า ปลื้มกระแสตอบรับนโยบายสุขภาพจิต-การศึกษา พร้อมเปิดหน้าชนทิ้งบอมบ์โค้งสุดท้าย สงสัย 3 พรรคใหญ่มี “ดีลลับ” แบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีล่วงหน้า ทำเวทีดีเบตจืดชืด จี้เลิกฮั้วการเมือง-รื้อรัฐธรรมนูญ แล้วหันมาแก้ปัญหาปากท้องประชาชน
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 17 ม.ค.69 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเจษฏ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำนายสรยุทธ ลิขิตอาภากุล ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 4 หมายเลข 11 รวมถึงผู้สมัคร สส.กทม.เขตอื่น ๆ ลงพื้นที่สวนเบญจกิติ ร่วมออกกำลังกายวิ่งในช่วงเช้า และพบปะทักทายประชาชนที่มาใช้บริการสวนสาธารณะ
ในช่วงพักการวิ่งเพื่อคูลดาวน์ร่างกาย ได้มีกลุ่มเยาวชนซึ่งเป็นนิวโหวตเตอร์ (New Voter) เข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยเปิดเผยว่า เป็นรุ่นน้องโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาของนายชัยวุฒิ และเริ่มรู้จักพรรครักชาติจากคลิปเต้นในสื่อสังคมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจ ก่อนจะติดตามนโยบายของพรรคที่ทยอยเปิดตัวออกมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมสะท้อนประเด็นที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญ ได้แก่ ปัญหาสุขภาพจิต และความกังวลต่อระบบการศึกษาไทยที่ยังเน้นการท่องจำมากกว่าการคิด วิเคราะห์ และอธิบายอย่างมีเหตุผล
ต่อมา นายชัยวุฒิ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง โดยตั้งข้อสังเกตถึงบรรยากาศการดีเบตของพรรคการเมืองขนาดใหญ่ 3 พรรคว่า มีความผิดปกติ เนื่องจากเนื้อหาการแสดงวิสัยทัศน์มุ่งไปที่นโยบายลักษณะ “ขายฝันทั่วไป” ขาดการโต้แย้ง ตรวจสอบ หรือวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างจริงจัง ส่งผลให้เวทีดีเบตดูราบเรียบผิดไปจากการแข่งขันทางการเมืองตามปกติ
นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า มีข้อมูลที่ทำให้ตั้งข้อสงสัยว่าอาจมี “ดีลลับ” ทางการเมืองเกิดขึ้น โดยมีการพูดคุยตกลงเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลและการแบ่งกระทรวงกันไว้ล่วงหน้าแล้ว จนทำให้เวทีดีเบต กลายเป็นเพียง “พิธีกรรม” ที่ขาดสีสันและการตรวจสอบอย่างแท้จริง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น จะส่งผลให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สามารถสะท้อนเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชนได้
หัวหน้าพรรครักชาติ ยังแสดงความกังวลถึงผลกระทบจาก “ดีลลับ” ดังกล่าว โดยเฉพาะกรณีที่หลายพรรคการเมืองหันมาเห็นพ้องเรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งที่บางพรรคเคยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในสมัยของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และบริหารประเทศภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมาโดยไม่เคยมีปัญหา แต่เมื่อมีการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองกลับเปลี่ยนท่าทีจะรื้อกฎหมายหลักของประเทศ
นายชัยวุฒิ กล่าวด้วยว่า การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับเป็นเรื่องละเอียดอ่อน อาจนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงในสังคม เนื่องจากเกี่ยวข้องกับโครงสร้างการปกครองและกฎหมายสำคัญหลายฉบับ และอาจไม่ช่วยแก้ปัญหาประเทศ หากแต่ซ้ำเติมให้เกิดทางตันทางการเมืองมากยิ่งขึ้น
นายชัยวุฒิ ยังฝากถึงพรรคการเมืองขนาดใหญ่ โดยเฉพาะพรรคที่มีแนวโน้มจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ให้ยุติการทำ “ดีลลับ” และการ “ฮั้วทางการเมือง” พร้อมเรียกร้องให้เร่งแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน ซึ่งกำลังเผชิญความยากลำบาก โดยเห็นว่า การแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนเท่าความอยู่รอดของประชาชน พร้อมขอให้ประชาชนเลือกพรรคที่มีอุดมการณ์ชัดเจน เข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนในสภาอย่างแท้จริง




















