หน้าแรกHighlight“ปชป.”ชู“ธรรมาภิบาล”แก้ปัญหาเรื้อรัง มั่นใจกีฬาไทยเป็นฟันเฟืองสำคัญชาติ

“ปชป.”ชู“ธรรมาภิบาล”แก้ปัญหาเรื้อรัง มั่นใจกีฬาไทยเป็นฟันเฟืองสำคัญชาติ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“อภิสิทธิ์” พบ “พิมล ศรีวิกรม์” ปั้นโมเดลกีฬาเชื่อมเศรษฐกิจ-การศึกษา ชู ธรรมาภิบาลแก้ปมปัญหาเรื้อรัง ปลดล็อกงบประมาณ – สร้างแรงจูงใจเอกชน

เมื่อวันที่ 20 ม.ค.69 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แคนดิเดตนายรัฐมนตรี พร้อมคณะทำงานด้านนโยบายของพรรค เดินทางเข้าพบ นายพิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ณ สำนักงานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย (บ้านอัมพวัน) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและรับฟังข้อเสนอแนะในการยกระดับวงการกีฬาไทยสู่มาตรฐานสากล

นายอภิสิทธิ์ เผยถึงวาระเร่งด่วนในการขับเคลื่อนวงการกีฬาว่า หัวใจสำคัญคือการบริหารจัดการงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการปรับปรุงระเบียบการใช้เงินกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติให้เกิดความคล่องตัว รวมถึงการสร้างระบบแรงจูงใจเพื่อดึงดูดให้รัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนวงการกีฬามากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำว่า นโยบายกีฬาของพรรคจะไม่มองกีฬาแยกส่วน แต่จะเชื่อมโยงเข้ากับ 3 มิติหลักอย่างเป็นระบบ

1.มิติการศึกษา บูรณาการกีฬาเข้าสู่ระบบการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพคนตั้งแต่ต้นน้ำ สร้างเส้นทางอาชีพ และสวัสดิการที่มั่นคง เพื่อให้เยาวชนมั่นใจที่จะก้าวเข้าสู่วงการกีฬาอย่างมืออาชีพ

2.มิติเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว คือผลักดันกีฬาให้เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมบันเทิงและการท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนกลับมาพัฒนาวงการกีฬาและขับเคลื่อนจีดีพีของประเทศ

3.มิติสุขภาพ คือใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับประชาชนควบคู่ไปกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

ต่อข้อถามเรื่องแนวทางการทำงานร่วมกับคนในวงการกีฬา นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า การเปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาความอื้อฉาวหรือประเด็นที่กระทบต่อชื่อเสียงประเทศเหมือนในอดีต

“หากการทำงานมีธรรมาภิบาล และผู้ที่เข้ามาทำงานไม่มีผลประโยชน์ส่วนตนแอบแฝง หลายปัญหาที่ดูเหมือนยากก็จะได้รับการแก้ไขได้โดยง่าย” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ในช่วงท้าย นายอภิสิทธิ์ ได้ให้ทัศนะถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาไทยโดยเปรียบเทียบกับโมเดลต่างประเทศว่า ปัจจุบันทัศนคติของคนไทยต่อกีฬาเปลี่ยนไปในทิศทางบวก เยาวชนมองกีฬาเป็นเส้นทางชีวิต และสังคมเริ่มยอมรับว่ากีฬาคือการลงทุนที่มีมูลค่า

“หากเราสามารถสร้างความเชื่อมั่นและเชื่อมโยงพลังของคนรุ่นใหม่เข้ากับระบบอุตสาหกรรมกีฬาที่ได้มาตรฐาน ผมมั่นใจว่ากีฬาไทยจะเติบโตเป็นฟันเฟืองสำคัญของประเทศได้อย่างยั่งยืน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img