“อนุทิน” ยันชายแดนไทย-กัมพูชายังปกติ ไม่มีสัญญาณปะทะรอบ 3 เผยปมกัมพูชาขุด “คูเลต” เป็นยุทธวิธีป้องกันประเทศ ย้ำกองทัพไทยเฝ้าระวังใกล้ชิด ตามข้อตกลงหยุดยิงขอประชาชนใช้ชีวิตปกติส่วนหน้าที่ปกป้องประเทศเป็นของรัฐบาล-กองทัพ บอกไม่จำเป็นเรียกประชุมสมช. ประเมินสถานการณ์ ก่อนเลือกตั้ง
วันที่ 27 ม.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง สถานการณ์ ชายแดนไทยกัมพูชา หลังจากการลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัด สระแก้วเมื่อวานนี้ ว่า กองทัพทั้ง 2 ฝ่าย ได้หารือกัน ว่าหาก จุดไหนทำคูเลต แล้ว เกิดความสงสัยด้านความั่นคง ก็ข้อให้ดำเนินการตามข้อตกลง ที่ลงนามร่วมกันไว้ เมื่อปลายเดือนธันวาคมปีที่แล้ว
เมื่อถามว่าการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ที่ดูเหมือนว่า ฝั่งกัมพูชา ยังไม่ดำเนินการเก็บกู้ นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า เราดำเนินการในฝั่งของเรา กัมพูชาก็ต้องดำเนินการตามข้อตกลง ไม่ใช่แค่กับไทย กัมพูชาต้องทำตามข้อตกลงที่ทำไว้กับทั่วโลก ที่ต้องเก็บกู้ตามหลักมนุษยธรรม ซึ่งถือเป็นข้อตกลงที่ผูกมัดทั้ง2 ประเทศ ยืนยันได้ว่าหากพบในพื้นที่ฝ่ายไทย เราก็จะเก็บกู้ทันที
เมื่อถามว่าการทำคูเลต แต่ละประเทศสามารถสร้างแนวการป้องกันประเทศได้ ไทยก็ทำต้องเป็นรูปแบบที่ทำแล้วสามารถป้องกันภัยคุกคามต่างๆได้ โดยไม่ยุ่งอธิปไตยฝ่ายอื่น และ ไม่ให้ใครมาก้าวล่วงอธิปไตยของเราด้วย จะมีการปะทะรอบที่ 3 หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า ไม่ประมาท แต่เมื่อวานที่ไปสระแก้ว ได้รับฟังข้อสรุป ว่าจากการประเมินสถานการณ์ ด้านความมั่นคง ตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณ ที่จะเกิดความขัดแย้ง รุนแรง ที่ต้องปะทะกัน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดี แสดงให้เห็นว่ากองทัพเราไม่ประมาท
เมื่อถามว่ากรณีคูเลตดังกล่าวห่างเพียง 500 เมตร ไม่ได้สร้างความกังวลใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า มีความกังวลแต่เพิ่งผ่านการปะทะกัน แค่ขอให้ความกังวลนี้อยู่กับรัฐบาลและกองทัพ แต่ต้องสร้างความโล่งใจให้กับประชาชน ซึ่งตอนนี้รัฐบาลกำลังทำอยู่ การป้องกันประเทศต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาล และกองทัพ
เมื่อถามว่ากรณีที่ มีรายงานข่าวว่า รัฐบาลกัมพูชา กำลังซื้ออาวุธเพิ่ม นายกรัฐมนตรี บอกว่า ข่าวนี้จะไม่หลุดมาถึงตนเอง
เมื่อถามว่ามีหลายคนตั้งข้อสังเกตุว่า การดำเนินการองกัมพูชา อาจต้องการปั่นป่วนการเมืองในไทยด้วย นายกรัฐมนตรี มองว่า ตราบใดที่ยังอยู่ในสัญญา หยุดยิง ปฏิญญาณ ต่างๆ ก็ถือว่า ทั้ง2 ประเทศ ไม่ได้เป็นภัยต่อกัน
เมื่อถามว่าช่วงใกล้เลือกตั้ง จะต้องเรียกสภาความมั่นคงแห่งชาติชุดใหญ่ประชุใเพื่อติดตามสถานการณ์ ชายแดนไทยกัมพูชา และชายแดนใต้ หรือไม่ นายกรัฐมนตรีว่า มีประชุมปกติอยู่แล้ว ตอนนี้ เลขาธิการ สมช. ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กองทัพ และตนเอง ก็รายงานสถานการณ์ ร่วมกันอยู่แล้ว จึงไม่มีประเด็นที่ต้องเรียกประชุใเป็นพิเศษ
เมื่อถามว่าจะเรียกว่า กัมพูชา ยังไม่สิ้น การเป็น “ปรปักษ์” กับไทยได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ไทยยังพร้อม แต่ตั้งแต่หยุดยิงมาถึงวันนี้ รวม3-4 สัปดาห์ ก็ยังไม่มีสิ่งบอกเหตุ หรือสร้างความตึงเครียดใดๆ และ สามารถใช้คำว่าวางใจ หรือไว้ใจได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี บอกว่าประชาชนสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ การเฝ้าระวังการป้องกันประเทศ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลและกองทัพ




















