“อภิสิทธิ์” ชูธง”การเมืองสุจริต”ลงพื้นที่ย้ำจุดยืนต้านซื้อเสียง จี้ กกต. เร่งทำงานเชิงรุก พร้อมเชื่อว่าสถานกาารณ์ชายแดนจะไม่นำมาเป็นเหตุผลในการเลื่อนเลือกตั้ง
วันที่ 31 ม.ค. 69 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนและ ขอคะแนนเสียงให้พรรคประชาธิปัตย์เบอร์ 27 และ ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ที่ ตลาดหนองจอก ตลาดเคหะฉลองกรุง และ ตลาดยิ่งเจริญ
ท่ามกลางบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยยามเช้า นายอภิสิทธิ์และทีมงานได้รับการต้อนรับอย่างเป็นกันเองจากพ่อค้าแม่ขายและประชาชนที่มาจ่ายตลาด โดยหลายคนได้เข้ามาขอถ่ายภาพและร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งภาพความประทับใจที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงสายใยที่เหนียวแน่นระหว่างประชาชนกับพรรคการเมืองเก่าแก่แห่งนี้

อดีตประธานสาขาเขตพญาไทพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวทักทายด้วยความตื้นตันใจว่า”ขอบคุณท่านหัวหน้าอภิสิทธิ์ที่กลับมาบ้านสีฟ้าของเราประชาธิปัตย์” ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนต่างร่วมส่งเสียงเชียร์และให้กำลังใจว่า “อยากให้กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง” บรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความหวังและกำลังใจ
พร้อมกันนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ตลาดยิ่งเจริญ โดยเปิดเผยถึงแผนการลงพื้นที่ภาคใต้เพื่อรณรงค์เรื่องการเมืองสุจริต เนื่องจากได้รับทราบกระแสข่าวการซื้อเสียงที่เริ่มรุนแรงขึ้นในพื้นที่ โดยตั้งเป้าที่จะเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันต่อสู้เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างเที่ยงธรรม ก่อนจะกลับมาเน้นทำพื้นที่ในกรุงเทพมหานครต่อไป
ต่อกรณีการเผยแพร่คลิปวิดีโอการซื้อเสียงในโซเชียลมีเดีย นายอภิสิทธิ์ ตั้งข้อสังเกตว่าแม้ส่วนใหญ่จะเป็นคลิปเก่า แต่ก็เป็นหลักฐานสะท้อนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำงานในเชิงรุกมากกว่าที่เป็นอยู่ โดยระบุว่าหากมีการจับกุมหรือดำเนินการทางกฎหมายให้เห็นเป็นตัวอย่างสัก 1-2 แห่ง จะช่วยป้องปรามไม่ให้เกิดการทุจริตในวงกว้างได้

สำหรับสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา นายอภิสิทธิ์ เสนอให้รัฐบาลใช้กลไกทางการทูตดึงผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศเข้ามาดูแล เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายกำลังพลและอาวุธที่ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ทั้งยังย้ำว่าเป้าหมายหลักคือการรักษาชีวิตและความสงบสุข ไม่ใช่การนำมาเป็นเหตุผลในการเลื่อนเลือกตั้ง โดยได้ยกบทเรียนเมื่อปี 2554 ที่สามารถยุติปัญหาชายแดนได้ภายใน 12 วัน มาเป็นแนวทางในการจัดการ
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะนำไปสู่การเลื่อนการเลือกตั้งออกหรือไม่?นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอบว่า “ประเด็นนั้นเป็นประเด็นรอง สำหรับผม คือทำยังไงไม่ให้มันเกิดปัญหาที่มาทำให้เกิดความขัดแย้ง หรือความสูญเสียอีก เพราะว่าจริงๆ แล้วเนี่ย เมื่อตกลงหยุดยิงกันแล้ว ทั้งสองฝ่ายก็ต้องรักษากติกา และก็ถ้าเกิดฝ่ายกัมพูชาไม่ยอมรักษาก็ต้องเชิญคนอื่นเข้ามาเพื่อกดดัน ว่าไม่ควรทำอย่างนี้”
ในส่วนของปัญหาสิ่งแวดล้อม นายอภิสิทธิ์ได้เสนอมาตรการเด็ดขาดเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นควันจากการเผาพื้นที่เกษตรว่า
ต้องใช้มาตรการทางเศรษฐกิจ เสนอนโยบายไม่รับซื้อผลิตผลทางการเกษตรจากพื้นที่ที่มีการลักลอบเผา ต้องบังคับใช้กฎหมายจริงจัง โดยรัฐบาลและฝ่ายปกครองใช้กลไกราชการเข้าจัดการพื้นที่ต้นตอ โดยเฉพาะพื้นที่รอบ กทม. และภาคเหนือที่วิกฤตมาหลายวัน
เมื่อถูกถามถึงการที่บางพรรคการเมืองนำเรื่องความรักชาติมาดึงคะแนนนิยม นายอภิสิทธิ์ มองว่าเป็นสิทธิที่แต่ละพรรคจะนำเสนอ แต่ขอให้ประชาชนตัดสินใจบนพื้นฐานของเหตุผลและความเป็นจริง พร้อมฝากข้อคิดว่า “ทุกคนมีร่องรอยในโลกดิจิทัล” ซึ่งประชาชนสามารถตรวจสอบผลงานในอดีตได้ว่า ใครคือผู้ที่มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาชาติได้อย่างแท้จริง




















