“ภูมิใจไทย” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี “ประภัตร” ประเดิมเวที บอกตัดสินใจยกทีมซบ ภท.เที่ยวนี้ เพื่อคนสุพรรณฯ วอนเห็นใจ อยากทำงานให้เต็มที่ ยก “ศุภจี” มาแปบเดียว ราคาข้าวดี เป็นคนมีฝีมือ
วันที่ 2 ก.พ.69 ที่อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานเทศบาลตำบลท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) จัดปราศรัยใหญ่ ช่วยผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี พรรค ภท. หาเสียง นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท.และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ นางศุภจี สุธรรมพันธ์ ผู้ช่วยหาเสียง นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ น.ส.สุจิตรา ทรงมัจฉา สมาชิกพรรค ภท. พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต จ.สุพรรณบุรี ทั้ง 5 เขต ประกอบด้วย นายสรชัด สุจิตต์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ผู้สมัคร สส.เขต 2 นายนพดล มาตรศรี ผู้สมัคร สส.เขต 3 นายเสมอกัน เที่ยงธรรม ผู้สมัคร สส.เขต 4 และนายประภัตร โพธสุธน ผู้สมัคร สส.เขต 5 โดยมีประชาชนร่วมฟังการปราศรัยจำนวนมาก
นายประภัตร โพธสุธน ผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี เขต 5 กล่าวปราศรัยว่า ตนเป็น สส.มาตั้งแต่ปี 18 อยู่กับชาวไร่ชาวนามาครึ่งศตวรรษ เราภาคภูมิใจไทยที่เรามีชีวิตเริ่มจะดี 2 ปีที่ผ่านมา เข้าปีที่ 3 เราอยู่กันอย่างปากกัดตีนถีบ ข้าวเหลือ 5 พันบาท แต่วันนี้ภายใน 3 เดือน เราได้พบกับคนเก่ง หญิงเก่งอย่างนางศุภจี ท่านทำให้ราคาข้าวขึ้นจาก 5 พันบาท มาเป็น 7.5 พันบาท เราต้องการอย่างน้อยต้องให้ถึงหมื่นบาท
นายประภัตร กล่าวว่า เมื่อ 50 ปีที่แล้ว สุพรรณบุรีเราไม่เห็นอะไรเลย ไฟฟ้าไม่มี ถนนไม่มี น้ำไม่มี สิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้เกิดขึ้นหลังจาก สส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ทำงานต่อเนื่องมา วันนี้บ้านเมืองเราดี เราต้องการดีกว่านี้ เราจึงต้องมีนายกฯชื่ออนุทิน เพราะนายอนุทินและนางศุภจี 2 คนนี้เราไม่ใช่มาเยินยอ แต่เห็นฝีมือเขามาแล้ว

นายประภัตร กล่าวว่า ตนเป็นคู่บุญของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯมาตลอด ในปี 62 มีการเลือกตั้งภายหลังการปฏิวัติ สองหลานหนึ่งอา สองหลานคือ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา และวราวุธ ศิลปอาชา และตน เราคุยกันว่าจะเดินต่อหรือไม่ จะเอาอย่างไร ทุกคนตอบไม่ได้ว่าจะเดินต่อหรือไม่ สุดท้ายเราสามคนเดินทางข้ามไปบ้านจรัญสนิทวงศ์ ไปหาคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา เพราะนายบรรหารจากเราไปแล้ว
“แม่แจ่มใสถามว่านี่ลูกใคร ร้องไห้เลย ผมก็ร้อง หลานสองคนก็ร้อง ผมบอกว่าแม่ต้องตัดสินใจ วันนี้ไม่มีใครจะชี้นำนอกจากแม่แจ่มใส ท่านก็บอกเลยพ่อเขาสร้างเอาไว้ คนสุพรรณบุรีก็รัก ต้องการให้พรรคอยู่ แม่จึงตัดสินใจให้สองหลานกับหนึ่งอาเดินต่อ เราก็กลับมาพิจารณาหาผู้สมัคร ช่วยกัน สมาชิกเก่าๆ ก็มาช่วยกัน ภายใน 45 วันเลือกตั้ง ไม่มีใครคาดคิดเราได้ สส.มา 10 คน เราดีใจสุดขีด เรามาจากศูนย์ได้สิบ ตอนนั้นก็โอกาสดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวบรวมเสียงได้ 250 เสียง ก็เชิญ น.ส.กัญจนา ผมบอกตัดสินใจได้เลย เพราะผู้แทนไม่ว่าคนไหนอยากเป็นรัฐบาลทั้งนั้น เพราะการเป็นรัฐบาลสามารถประสานงานได้ทุกองค์กร”
นายประภัตร กล่าวว่า จากนั้นอีก 4 ปีมีการยุบสภาอีก ตอนนี้ก็อวดเก่งกัน เดินต่อ แต่เที่ยวนี้ไม่เหมือนครั้งแรก แข็งขันขึ้น แต่ผลออกมาเหมือนเดิม ได้ สส. 10 คน นายวราวุธในฐานะหัวหน้าพรรคเกือบไม่ได้เป็น นี่เป็นบทเรียนสำคัญที่สุด พรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นคนจัดตั้งรัฐบาล เขาได้ 313 เสียง เขาไม่สนใจเราแล้ว เราจะไปหรือจะอยู่ ซึ่งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มาชวน เราก็ไป แต่ไปอย่างไม่ราบรื่นเท่าใดนัก
นายประภัตร กล่าวอีกว่า ส่วนการเลือกตั้งปี 68 การตัดสินใจมาอยู่กับพรรค ภท.ครั้งนี้ ท่านต้องเห็นใจผู้แทนราษฎรก็อยากกลับมาทำงานกับพรรครัฐบาล เราก็มาพิจารณากันทุกพรรค ทั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) พรรคประชาชน (ปชน.) พรรค ภท. ก็ต้องขอบคุณอีกครั้งในการตัดสินใจของพวกเรา เราต้องไป ไม่อย่างนั้นเที่ยวนี้เลือกกันอย่างไรก็ไม่เกิน 10 ที่นั่ง และถ้าไม่เกินใครจะเชิญไปเป็นรัฐบาล ทุกคนบอกว่ายาก ต้องเห็นใจพวกเรา เราอยากทำงานให้สะดวก ช่วยเหลือเรื่องปากท้องประชาชน ก็ตัดสินใจ ต้องขอบคุณนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่โทรศัพท์มา เราเคยอยู่พรรคชาติไทยด้วยกันเป็นสิบปี ชวนไปกินข้าวด้วยกัน นายอนุทินก็เชิญด้วย ต้องขอบคุณนายอนุทินที่ให้เกียรติพรรค ชทพ. เราก็บอกว่า ถ้าไม่รังเกียจตนก็ขอไปร่วมด้วย ท่านยินดีและบอกว่าพรรค ภท.เป็นพรรคที่เป็นปึกแผ่น เรามองกันชัดเจนว่า พรรค ภท.เป็นพรรคใหญ่ และเป็นนายกฯ
“การตัดสินใจครั้งนี้ก็เพื่อคนสุพรรณบุรีด้วยกัน เราต้องอดทน วันนี้เราจึงตัดสินใจมาช่วยและมาร่วมงานกับนายอนุทิน ที่เราต้องการยิ่งไปกว่านั้นนอกจากนโยบายแล้วคือ 1.เรื่องปากท้อง พ่อค้าแม่ขายวันนี้ลำบาก และ 2.ลำบากที่สุดคือ เมืองเราเป็นเมืองชาวนาข้าวเหลือ 5 พันบาทต่อตัน ไปไม่ได้แล้ว”นายประภัตร ระบุ




















