“อภิสิทธิ์” ปราศรัยใหญ่ สงขลาฟ้าคืนใต้ เย้ย คนปรามาส “ประชาธิปัตย์” ไร้อนาคต กวักมือมาดูตอนเป็นนายกฯ บริหารจัดการน้ำท่วมเป็นระบบ-เงินเยียวยา เยอะกว่า เร็วกว่า ซัดรัฐบาลยุบสภาฯ หนี ชาวบ้านบางคนยังไม่ได้เงินสักบาท ตั้ง “ธรรมนัส” นั่งปธ.ดูแลจัดการน้ำยุ่งกว่าสั่งไก่ทอด
วันที่ 2 ก.พ.69 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ สงขลาฟ้าคืนใต้ ที่ลานห้างโรบินสัน เทศบาลนครหาดใหญ่ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมีประชาชนมาร่วมฟังปราศรัยกันอย่างล้นหลาม และนายอภิสิทธิ์ได้ปราศรัยว่า พี่น้องชาวสงขลาที่เคารพรัก ขออนุญาตที่จะไม่ใช้โพเดียม ขอเดินไป เดินมา เพราะกลัวต่อว่าว่าเห็นความหล่อไม่เท่าเทียมกัน ขอบคุณพี่น้องทุกคนสละเวลามาอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ในค่ำคืนนี้ อยากเริ่มต้นด้วยการพูดถึงความในใจ ในการกลับมาสู่การเมือง กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในรอบนี้ 4 เดือนที่แล้ว ออกจากการเมืองไป 2 ปี ไม่คาดคิดว่าวันหนึ่ง จะต้องกลับมาทำหน้าที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หรือเป็นนักการเมือง
เมื่อเกิดเหตุการณ์พลิกผันทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในพรรคประชาธิปัตย์ จึงต้องตัดสินใจ ตนเองจำได้ ออกจากการเมืองก็จริง แต่ถูกถามเป็นการส่วนตัว หรือถูกสัมภาษณ์ทุกครั้ง ถ้าจะกลับมาการเมือง มีเพียงพรรคเดียวที่จะอยู่ได้ คือ พรรคประชาธิปัตย์ ตนเองตัดสินใจอย่างแน่วแน่ หลาย 10 ปีที่แล้ว ทำงานการเมืองต้องมีพรรคเดียว เหมือนเชียร์ฟุตบอลทีมเดียว และมีภรรยาคนเดียว เพราะแม้ตนเองจะเป็นคนกรุงเทพ ฯ แต่เหมือนคนภาคใต้ คนภาคใต้ใจเดียว พรรคเดียว และช่วงที่ออกไป เขาบอกว่า ”คุณอภิสิทธิ์ไม่ต้องกลับมาแล้วกัน การเมืองเปลี่ยนไปแล้ว เมื่อก่อนนี้ พี่น้องภาคใต้ สนใจการเมืองมาฟังปราศรัยกันล้นหลาม โดยไม่เดินทางกลับก่อน แต่เดี๋ยวนี้ เขาบอกการเมืองเมืองไทยเปลี่ยนไปแล้ว ทุกอย่างเป็นเรื่องของเงิน เที่ยวที่แล้ว เลือกตั้ง 2 ปีที่แล้ว 3 ปีที่แล้ว ใช้เงินมากที่สุด คือ ภาคใต้ คุณอภิสิทธิ์จะกลับมาทำไม“ ตนเองจึงบอกไปว่า ”ไม่มีวันยอมรับที่จะให้เงินหรือทุนเทา ดำ ยิ่งแย่ มาครอบงำการเมืองทำร้ายประเทศไทย ตนกลับมาเพื่อทวงคืนการเมืองสุจริต“
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า 30 ปีที่ตนต่อสู้ เคียงบ่าเคียงไหล่ตนและพรรคประชาธิปัตย์ คือ พี่น้องชาวภาคใต้ เราไม่เคยทิ้งกัน เจอปัญหามีทั้งเงิน มีทั้งอำนาจ เอาอดีตมาขู่ ว่าพี่น้องชาวใต้ต้องการสิ่งเรานั้น พี่น้องชาวใต้ไม่เคยยอม และวันนี้ก็จะไม่ยอม
การเมืองที่มีแต่เรื่องเงิน เรื่องผลประโยชน์สารพัด การไปแอบตกลง เพื่อหวังอำนาจเงินทอง ในที่สุดทำร้ายประเทศไทยและพี่น้องทุกคน เศรษฐกิจแย่ สังคมไม่มีความเป็นธรรม ปัญหาของพี่น้องถูกละเลย

นายอภิสิทธิ์ บอกว่า แปลกใจบางพรรคการเมืองเดินทางมาภาคใต้ และโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าเลือก สส.ประชาธิปัตย์มาหลาย 10 ปี ทำไมไม่พัฒนาเรื่องนั้นเรื่องนี้ ส่วนใหญ่ก็หมายถึงถนน สส.ที่จะเข้าไปอยู่ในสภาฯ เขาไม่สามารถสรุปเขียนโครงการแล้วเอาเงินงบประมาณมาได้ เขาทำได้แค่ยกมือให้งบประมาณของรัฐบาลที่เสนอมาผ่านสภาฯ อย่างเก่ง ไปประสานงานและร้องขอ ซึ่งคนทำโครงการเหล่านี้ คือ รัฐบาล และโครงการที่เขาพูดถึงส่วนใหญ่ คือ กระทรวงคมนาคม ตนเองอยู่การเมืองมา 30 ปี ประชาธิปัตย์อยู่กระทรวงคมนาคมแค่ 2 ปี แต่พยายามผลักดันรถไฟรางคู่ ถนน 4 เลน ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน แต่พรรคที่คุมกระทรวงคมนาคมนานที่สุดมากที่สุด คือ พรรคที่ด่า พรรคประชาธิปัตย์ อยู่ไม่รู้กี่สมัย ไม่ทำให้ แต่เลือกตั้งทีมาขู่พี่น้องภาคใต้ ถ้าไม่เลือกเขา ไม่มีโครงการ รู้จักคนใต้น้อยไป เราปล่อยการเมืองแบบนี้ไม่ได้ รูปธรรมชัดเจนที่สุด เวลาเขาเล่นการเมืองแล้วพี่น้องเดือดร้อนปัญหามันแก้ไม่ได้ พี่น้องที่นี่ซาบซึ้งที่สุด จากเหตุการณ์ที่ผ่านพ้นไป
ความจริงเมื่อตนกลับเข้ามาสู่การเมือง จังหวัดแรกที่ตนมา นายจูรีพาตนมาเดิน 1 สัปดาห์ก่อนที่ฝนจะตกหนัก และน้ำท่วม วันนั้นตนประทับใจมาก ประทับใจว่าประชาชนเข้ามาให้กำลังใจมาบอกว่าขอบคุณ ที่จะทำให้ประชาธิปัตย์กลับมา เป็นพรรคที่ไม่มีอนาคต ขอให้คนที่วิเคราะห์ตอนนั้นมาดูภาพตอนนี้
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวอีกว่า วันนี้เสื้อที่ตนใส่มา เขียนว่าอะไร “ไปหาดใหญ่ คราวนั้น ฉันยังจดจำ” แต่คราวนั้นไม่ใช่ครั้งที่ตนมาเดินตลาดกับนายจูรี เป็นวันที่ประชาชนน้ำท่วมหนัก ตนมาเพื่อมาดูการทำงานการช่วยเหลือประชาชน ทำไมตนถึงจดจำ คนไทยเรารักกันจริง ๆ ใครเดือดร้อนเราก็มาช่วยเหลือระดมกันมาทั้งสมาคมมาถึงที่นี่ แต่ไม่มีใครบอกเขาได้ว่า จะไปช่วยเหลือพี่น้องได้ที่ไหนตรงไหน และถึงวันนั้นก็เป็นวันที่ทางการเขาเตือนให้ประชาชนอพยพ ก็มีการตั้งคำถามว่าอพยพไปไหน อพยพได้อย่างไร น้ำขึ้นมาถึงชั้น 2 แล้ว และตนเจอกับทหารระดมกำลังเข้ามาในพื้นที่มาช่วย ตนถามเขาว่า น้องจะไปช่วยบ้านไหน อย่างไร มีแผนมีใครสั่งการอย่างไรเขาบอกไม่มี ดูจากที่ชาวบ้านบอกต่อ ๆ กันมานั่นแหละว่ามีคนไลน์มาบอกว่าติดอยู่ตรงนั้นตรงนี้ เป็นไปได้อย่างไร ตนเจอชาวบ้านยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ ตนถามว่าคุณจะโทรไปที่ไหน เขาก็บอกว่ามีเบอร์โทรศัพท์เยอะแยะไปหมด ตนดูบางเบอร์ 074 ตามด้วยเลขอีก 6 ตัวที่ไม่ซ้ำกัน แล้วยังต้องต่อเลขอีก 4 ตัว ยากกว่าสั่งไก่ทอดอีก

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวว่า จัดการกันแบบนี้สิ่งที่ตนสะท้อนใจมาก ในขณะที่คนอยากช่วยเข้าไปไม่ได้ ตนเห็นรถคันใหญ่ๆจอดอยู่เฉย ๆ สิ่งเหล่านี้คือความเจ็บปวด ตนกลับไปก็ให้สัมภาษณ์ว่าสิ่งที่ต้องการที่สุดคือการจัดการ ที่ชัดเจนและเป็นเอกภาพ คืนนั้นรัฐบาลก็เลยประกาศภาวะฉุกเฉิน ประกาศเสร็จก็สับสนหนักไปอีกเพราะบอกไปว่าผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้ดูแล แต่ขณะเดียวกันก็ตั้งศูนย์ที่ทำเนียบรัฐบาล มีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีดูแล แล้วบอกประธานจัดการน้ำชื่อ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งมีแต่ความสับสนและเมื่อเหตุการณ์ผ่านพ้นไป
ตนเองก็กลับมาที่นี่อีกครั้งโดยได้มีการพูดคุยกับนักธุรกิจว่ามีความต้องการอะไรบ้างซึ่งหลายคนอยากได้เงินเยียวยาและอยากให้ธุรกิจเข้าถึงเงินกู้ต่อดอกเบี้ยอยากให้ระดมช่างมาซ่อมบ้านอยากให้มีการฟื้นฟูแบบเป็นระบบเช่นปี 2553 -2554 แม้น้ำไม่ท่วมหนักเท่านี้ในช่วงที่ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีแต่เงินเยียวยาสูงกว่านี้ มาเร็วกว่านี้ และมีการปล่อยเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย 1 ปีทันที รู้ว่าทำอย่างไรเสร็จ นายกรัฐมนตรีก็ดูจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีจะอนุมัติเรื่องนี้เรื่องนั้นมาให้พวกเราแต่วันดีคืนดีนายกรัฐมนตรียุบสภาฯ เมื่อยุบสภาฯ แล้วเกิดอะไรขึ้นงบประมาณฉุกเฉินอะไรต่าง ๆ จะอนุมัติได้ต้องอนุมัติไป กกต. ถือว่าอยู่ในช่วงหาเสียง ถ้าปล่อยให้รัฐบาลอนุมัติเงินตามใจชอบก็จะได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง มาวันนี้ เมื่อเช้าได้มีการนั่งดื่มกาแฟกับภาคธุรกิจเขาก็บอกว่าทุกอย่างเหมือนหยุดชะงักและท้ายที่สุด พี่น้องประชาชนก็เป็นผู้ป่วยอีก
ส่วนถามว่ามีเหตุอะไรที่นายกรัฐมนตรีต้องยุบสภาฯ นายกรัฐมนตรีบอกว่าที่ยุบสภาฯ เพราะไม่อยากให้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่อยากตายคาสภาฯ นายกรัฐมนตรีไม่อยากตายคาสภาฯ แล้วคิดถึงชีวิตพี่น้องคนหาดใหญ่บ้างไหม เราทำแบบนี้ไม่ได้ เราต้องหันกลับมาเลือกการเมืองสุจริตและมีชีวิตจิตใจทางการเมืองที่อยู่กับประชาชนจริง ๆ
เรื่องน้ำท่วมตนเองก็เลยบอกว่าถึงยุบสภาฯ แล้วประชาธิปัตย์ลงสมัครรับเลือกตั้งแข่งขันกับรัฐบาล แต่ถ้ารัฐบาลจะขอใช้เงินมาเยียวยาที่หาดใหญ่แล้วต้องขอ กกต. ตนเองบอก กกต.ไม่ต้องห่วงนักการเมืองอย่างตน ตนไม่โต้แย้งเสียเปรียบอย่างไรก็ยอมขอให้เงินเข้ามาที่นี่จนวันนี้ก็ยังไม่ได้ เลือกตั้งแล้วเอาเงินมาเยียวยาเสียที เพราะที่จ่ายไปมีบางส่วนที่จ่ายไปบ้างแล้วแต่มีเรื่องที่รอคอยอีกเยอะที่ต้องการความช่วยเหลือ
นายอภิสิทธิ์ บอกอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเราเดินหน้าเต็มที่อย่างรวดเร็วและจะต้องทำมากกว่านั้น เพราะจะต้องฟื้นไม่ใช่เพียงกายภาพ ทางการเมืองต้องฟื้นเศรษฐกิจของหาดใหญ่ ต้องระดมทุกกระทรวงมาช่วย เพื่อให้มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวหรือวิธีใดก็ตามที่จะฟื้นภาคธุรกิจให้มีการค้าขาย มีเงินหมุนเวียนและจะต้องเอาบทเรียนจากการบริหารจัดการที่ผ่านมาปรับปรุงไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้นอีก ซึ่งจริง ๆ เราเดินหน้าแล้วโครงการที่จะต้องพัฒนาหาดใหญ่เพื่อรับมือกับน้ำท่วมในอนาคต เช่น จะต้องมีทางระบายน้ำลงทะเลโดยเร็วที่สุด โดยมีด็อกเตอร์การดี ไปปรึกษากับธนาคารโลกกับหน่วยงานแล้วเราไม่หยุดที่จะคิดต่อไปเพื่ออนาคตของประชาชน และจะต้องมีการวางแผนว่าต่อไปนี้บ้านเมืองขยายตัวจะต้องอยู่ในพื้นที่ที่สูงกว่า ตัวเมืองเก่าที่เราอยู่ในปัจจุบันและต่อไปจะต้องมีการยกระดับหน่วยงานที่ทำงานเรื่องภัยพิบัติหรือ ปภ. ไม่ให้เกิดสภาพว่าใครต้องสั่งใครต้องขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี ต้องมีเลขหมายโทรศัพท์ 4 หมายเลขหรือ 3 หมายเลขให้พี่น้องติดต่อ ประสานงานต่าง ๆ ได้ตลอดเวลาและจะต้องซ้อมการอพยพให้รู้ว่าถ้าอยู่บ้านเลขที่นี้เกิดเหตุจะต้องไปที่ไหน พิสูจน์มาแล้วว่าอยู่บนที่สูงจะได้มีการจัดระบบการช่วยเหลือ อาหารการกิน หรือสิ่งจำเป็นทั้งหลายเวลาที่อพยพ นี่คือเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์ คิดเพื่อมาแก้ปัญหา
นายอภิสิทธิ์ ยังบอกอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด คือ การวัดใจคนสงขลา ว่าคนที่ถูกอนุกรรมการ ปปง.กำลังจะยื่นส่งศาลให้ยึดทรัพย์ เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ หรือธุรกิจผิดกฎหมาย เลือกมาก็เสี่ยงสูง หากศาลเห็นด้วยก็จะขาดคุณสมบัติ ประเด็น คือ ชาวสงขลาจะส่งสัญญาณถึงคุณทั้งประเทศได้อย่างไร ที่บอกว่ากลัวทุนเทา กลัวสแกมเมอร์ แน่นอนคนที่ศาลยังไม่ได้ตัดสิน คือ ผู้บริสุทธิ์ทางกฎหมาย แต่มาตรฐานการเมืองสากล เขาต้องหยุดเว้นวรรค เพื่อให้สอบสวน เพราะหากมีอำนาจ อาจจะเป็นอุปสรรค จึงเป็นเรื่องที่คนสงขลา จะบอกคนทั้งประเทศ ว่าจะวางมาตรฐานการเมืองอย่างไร ถ้าเราไม่ยอมรับ ไม่ว่าจะมีคดีหรือไม่ ตนเองไม่แน่ใจว่าคนทั้งประเทศจะมีความหวังมากน้อยแค่ไหนกับการเลือกตั้ง ทำไมไม่เปิดโอกาสให้คนใหม่ ที่ไม่มีคดีติดตัวเข้ามาทำงานเพื่อประชาชน
พร้อมกันนี้ นายอภิสิทธิ์ ได้แนะนำตัวผู้สมัคร สส.ทั้ง 9 เขต ในช่วงหนึ่งได้แนะนำนายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง หรือสิงโต ผู้สมัครสส.เขต 9 ซึ่งถือว่ามีประวัติและความท้าทาย โดยในช่วงจังหวะที่ตนเองเป็นอาจารย์พิเศษในสถาบันพระปกเกล้า นายศักดิ์สิทธิ์ได้ไปเรียนและทำให้ตนได้พบกับนายศักดิ์สิทธิ์ โดยนายศักดิ์สิทธิ์ย้ำว่าอยากทำงานทางการเมืองร่วมกับตน ซึ่งตนก็บอกว่าตนไม่รู้อนาคตหรอก แต่ถ้ามีโอกาสนายศักดิ์สิทธิ์ ก็ต้องไม่ย้ายพรรค แล้ววันที่มรสุมการเมืองเข้ามา ความคิดทางการเมืองหลากหลาย แต่นับถือน้ำใจจนวันนี้ ในขณะที่มีความไม่แน่นอนว่าคนในครอบครัวจะเอาอย่างไร แต่ นายศักดิ์สิทธิ์ ก็ประกาศว่าจะอย่างไรก็ตามเขาอยู่ประชาธิปัตย์
นี่ว่าสิงโตหล่อแล้วลูกชายเขาหล่อมาก นี่คือตัวอย่างของความเด็ดเดี่ยวด้วยการตกผลึกแล้วว่าความคิดอุดมการณ์คืออะไร จากนโยบายที่ตนพูดมาทั้งหมด เขาต้องเข้าใจแล้วว่านี่คือวิธีคิดแบบประชาธิปัตย์
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ประชาธิปัตย์กลับมาแล้ว กลับมาพร้อมที่จะเคียงบ่าเคียงไหล่กับประชาชนอีกครั้ง ต่อสู้กับเรื่องการเมืองสุจริต แต่เขาบอกว่าการเมืองมันเปลี่ยนไป ตอนตนเองจะมาที่นี่ เขาบอกว่าอยู่ช่วยสส.กทมได้หรือไม่ เพราะโพลภาคใต้ดี สงขลาเป็นผู้เบิกทาง นิด้าโพลปรากฏผลสงขลาคนรู้ทันทีว่าประชาธิปัตย์กลับมาแล้ว ประชาธิปัตย์มีแต่กระแสสส.เขตอาจจะไม่ได้ เพราะว่าเดี๋ยวนี้คู่แข่งมันรู้แล้วมันมามันไม่สู้เบอร์ 27 มันบอกเบอร์ 27 แต่สีชมพูเลือกไปเลยเราไม่กล้า แต่บัตรสีเขียวขอแบ่ง แบ่งได้หรือไม่ไม่ได้เพราะคนใต้ใจเดียว ที่แบ่งไม่ได้อยากให้ประชาธิปัตย์ไปเป็นรัฐบาลให้ตนกลับไปเป็นนายกรัฐมนตรีเชื่อหรือไม่ทั้งสงขลาทั้งจังหวัดเลือกเบอร์ 27 ประชาธิปัตย์ได้สส. 2 คนครึ่ง จึงอยากให้เลือกสส.ยกจังหวัด




















