หน้าแรกHighlight‘ธงทอง จันทรางศุ’ชวนคนไทย‘เห็นชอบ’ แก้รธน.ปี60เหตุบิดเบี้ยว-ไร้ความโปร่งใส

‘ธงทอง จันทรางศุ’ชวนคนไทย‘เห็นชอบ’ แก้รธน.ปี60เหตุบิดเบี้ยว-ไร้ความโปร่งใส

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

‘ธงทอง’บรรยายปัญหารธน.ปี60 บิดเบี้ยว ไร้ความโปร่งใสได้สว.ที่ไม่เป็นกลางทางการเมือง ชวนคนไทยลงมติเห็นชอบ เพื่อเป็นบันไดเบื้องต้นไปสู่แนวทางที่สังคมไทยและการเมืองไทยต้องช่วยกันทำงานต่อไปอีกมากตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2560

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.69 นายธงทอง จันทรางศุ อดีตคณะที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร อดีตที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน โพสต์เฟซบุ๊กว่า 8กุมภา กา “เห็นชอบ”ความเห็นของผมเกี่ยวกับการลงประชามติคราวนี้

1. รัฐธรรมนูญ 2560 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีที่มาห่างไกลจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ส่วนที่อธิบายว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการลงประชามติก่อนประกาศใช้ ก็ต้องถามต่อไปว่าการลงประชามตินั้นเปิดโอกาสให้ผู้ที่เห็นด้วยและเห็นต่างแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรีหรือไม่ ถ้าไม่ปฏิเสธความจริง เราจะพบว่าผู้ที่เห็นต่างถูกจำกัดตัดโอกาสในการแสดงความเห็น

ตรงกันข้าม ผู้ที่แสดงความเห็นมีได้แต่เพียงผู้ที่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญเท่านั้น การลงประชามติแบบนั้นไม่สามารถบอกได้เลยว่าเป็นไปตามครรลองของประชาธิปไตย

2. รัฐธรรมนูญ 2560 มีปมปัญหาใหญ่ที่ทำให้การเมืองของประเทศไทยและเจตนารมณ์ของประชาชนบิดเบี้ยว ข้อสำคัญคือ บทบัญญัติให้มีวุฒิสภาที่มาจากการเลือกกันเองของกลุ่มวิชาชีพ ซึ่งผลที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นเช่นไร ทุกคนย่อมรู้อยู่แก่ใจแล้ว

3. เมื่อได้วุฒิสภาที่มีสมาชิกวุฒิสภาที่ไม่อาจวางใจได้ว่าอยู่ในฐานะที่เป็นกลางทางการเมือง แล้วรัฐธรรมนูญกำหนดให้วุฒิสภาเป็นที่มาขององค์กรอิสระต่างๆ ทุกองค์กร คิดหรือว่าองค์กรอิสระเหล่านั้นจะสามารถวางตัวเป็นกลางทางการเมืองได้จริง โปรดพิจารณาการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระต่างๆแล้วพิเคราะห์ดูเถิด

4. เมื่อพิเคราะห์ดู องค์ประกอบ การได้มา หน้าที่และอำนาจขององค์กรอิสระต่างๆ จะพบว่ามีปัญหาเนื้อในหลายประการ ลำพังเพียงปัญหาข้อเดียวว่าองค์กรอิสระเหล่านั้นไม่อยู่ในฐานะที่ประชาชนจะตรวจสอบได้เลย กระบวนการทำงานก็ขาดความโปร่งใส แบบนี้ย่อมชวนให้กังวลว่า ผลงานขององค์กรอิสระแบบนี้จะเป็นเช่นไร ถ้ายังสงสัยอยู่ก็ขอให้คิดถึงเรื่องนาฬิกาเพื่อน หรือสินบนทองคำแห่งที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ววันนี้ เป็นตัวอย่างดูก็ได้

5. ความพยายามที่จะอธิบายว่า ปัญหาเหล่านั้นสามารถแก้ไขได้โดยการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราโดยไม่จำเป็นต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในทัศนะของผมแล้ว เหมือนกับความพยายามที่จะอธิบายว่า รถยนต์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคันนี้ แม้จะมีข้อบกพร่องหลายอย่าง แต่เรามาใช้วิธีเปลี่ยนอะไหล่หรือปะผุไปทีละชิ้นสองชิ้นจะดีกว่าการเปลี่ยนใหม่ทั้งคัน

ถ้าอุปมาอุปไมยอย่างนี้ ก็ต้องตั้งคำถามว่า หากเราปลี่ยนไปใช้รถคันใหม่ที่เทคโนโลยีทันสมัยกว่า ปลอดภัยกว่า และประชาชนสามารถเลือกคนขับได้ด้วยเจตนารมณ์ที่แท้จริง จะไม่เป็นการเหมาะสม ปลอดภัยและสามารถขับเคลื่อนประเทศของเราได้ดียิ่งกว่าการเดินทางไปในอนาคตด้วยรถที่เสื่อมสภาพคันเดิมหรือ

6. นอกจากนั้น ประเด็นที่ควรแก้ไขล้วนแต่เป็นประเด็นเชิงโครงสร้างที่กระทบบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหลายสิบมาตรา แต่ละมาตรามีความสัมพันธ์เชื่อมโยงไปอีกหลายมาตรา ยกตัวอย่างเช่นเรื่องวุฒิสภากับองค์กรอิสระ เพียงนี้ก็กระทบไปถึงมาตราต่างๆเป็นอันมากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว

ผมซึ่งทำงานเรื่องการร่างกฎหมายมานานกว่า 30 ปี และสอนวิชาการร่างกฎหมายและกระบวนการนิติบัญญัติมา 45 ปี จึงมีความเห็นว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับในทางเทคนิคจึงทำได้ง่ายกว่าการแก้ไขรายมาตราซึ่งอาจมีข้อผิดพลาดได้ง่าย

7. ทั้งนี้ต้องไม่ลืมด้วยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตรา ต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวน สมาชิกวุฒิสภาทั้งหมดด้วย

บนเงื่อนไขนี้ เมื่อคำนึงถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวุฒิสภาในปัจจุบัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาแบบรายมาตรา จึงยากเย็นแสนเข็ญและไม่เคยประสบความสำเร็จได้เลย

8. กล่าวโดยสรุป ผมจึงเห็นชอบกับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และแน่ใจว่าความเห็นในแนวทางนี้ ไม่ได้แปลความว่าในอนาคตข้างหน้ารัฐธรรมนูญจะออกมามีรูปร่างหน้าตาบิดเบี้ยวอย่างไร เราผู้เป็นประชาชนก็ทำอะไรอีกไม่ได้แล้ว อย่างสำนวนที่พูดกันในเวลานี้ว่า “ เป็นการเซ็นเช็คเปล่า” ให้ใครก็ไม่รู้ไปกรอกตัวเลขเอาเอง

ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย การลงประชามติครั้งนี้เป็นเพียงบันไดเบื้องต้นเท่านั้นที่นำไปสู่แนวทางที่สังคมไทยและการเมืองไทยต้องช่วยกันทำงานต่อไปอีกมากตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งยังมีผลบังคับใช้อยู่

มิหนำซ้ำการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กว่าจะเป็นผลจริงได้ก็ต้องมีการลงประชามติในวันข้างหน้าอีกหนึ่งรอบหรือสองรอบเสียด้วยซ้ำไป ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาและความรับรู้ของประชาชนทั้งประเทศร่วมกันเพื่อให้เราได้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีความเหมาะสมสำหรับสังคมไทยและประชาชนไทยในวันข้างหน้า

9. ตรงกันข้าม หากผลการลงประชามติ เสียงข้างมากเห็นชอบกับการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สิ่งที่ติดตามมา คือ เราจะต้องอยู่กับกติกาในรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ในปัจจุบันไปอีกยาวนานเพียงใดไม่มีใครรู้ได้

ความเห็นข้างต้นนี้ เป็นความเห็นของผมที่ตรึกตรองกลั่นกรองมาด้วยหลักวิชาและความรู้รวมถึงประสบการณ์ที่ทำงานเกี่ยวข้องมาตลอดชีวิต หลายวันที่ผ่านมาลูกศิษย์และผู้ที่คุ้นเคยมาสอบถามความเห็นของผมเกี่ยวกับเรื่องการลงประชามติคราวนี้ ผมได้ให้ความเห็นไปตามที่กล่าวมาข้างต้น และขออนุญาตนำมาแบ่งปันให้ผู้สนใจในที่นี้ได้กรุณารับไว้พิจารณา ส่วนท่านที่อ่านแล้ว จะเห็นด้วย เห็นต่าง หรือเห็นด้วยบางส่วนและเห็นต่างบางส่วน ผมก็เคารพในทุกความเห็น

ไม่ว่าท่านจะมีความเห็นในประเด็นเรื่องการลงประชามติครั้งนี้อย่างไร ขอได้โปรดก้าวเดินออกจากบ้านไปใช้สิทธิเลือกตั้งและสิทธิในการลงประชามติโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่ออนาคตของเมืองไทยและคนไทยด้วยนะครับ

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img