“เพื่อไทย” เดินหน้าร้อง ‘กกต.’ เอาผิดบุคคลในคลิปเสียง “ประกาศศักดา” สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายเลือกตั้งชัดเจน ทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม
เมื่อวันที่ 5 ก.พ.69 ที่พรรคเพื่อไทย กรุงเทพฯ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, นายพนม โพธิ์แก้ว (สส.ไก่) ผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี เขต 5, นายอานนท์ ถนอมวงษ์ (สจ.ตูน) อดีต ส.อบจ.กาญจนบุรี แถลงข่าวกรณีคลิปเสียงการสนทนา “ประกาศศักดา” ที่มีเสียงชายปริศนาคนหนึ่งโทรศัพท์คุยกับ สจ.รายหนึ่ง เพื่อให้ช่วยสนับสนุนการเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี
นายชูศักดิ์ กล่าวว่า จากกรณีหรือคลิปเสียงได้มีการกล่าวถึงการเลือกตั้ง ที่อาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งอยู่หลายมาตรา สิ่งสำคัญคือมีคำพูดไม่เหมาะสมที่จะพูด และอาจจะเป็นปัญหาในการหมิ่นเหม่การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยผู้ที่เกี่ยวข้องในคลิปเสียงได้มีการเข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่าไม่ใช่เสียงของตนเอง เป็นเสียงที่ทำมาจากเอไอ ซึ่งนายพนมได้แจ้งว่าคลิปเสียงนี้ทำให้พรรคเสียหาย ขอให้พรรคเพื่อไทยดำเนินการตามสมควร พร้อมกับนำบุคคลที่อยู่ในคลิปเสียง (นายอานนท์) มาร่วมแถลงข่าวด้วย
โดยนายอานนท์ กล่าวยอมรับว่าเป็นคนอัดคลิปเสียงดังกล่าว ในวันที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 8.46 น. ซึ่งตนได้อยู่กับนายปรีชา จิรวงศ์สุธารมณ์ อดีตนายก อบต.ปิล๊อก แล้วมีสายโทรศัพท์เข้าเครื่องของนายปรีชา แล้วมีการขอสายคุยกับตน แต่ก่อนหน้านั้นมีข่าวลือว่ามีการโทรมาข่มขู่ ตนจึงอัดคลิปเสียงไว้เพื่อป้องกันตัว หลังจากได้ฟังคลิปเสียงจึงมีการปรึกษาเพื่อนว่า เข้าข่ายผิดกฎหมายการเลือกตั้งหรือไม่ เพราะอยู่ระหว่างการเลือกตั้ง สส.ตอนนี้ ซึ่งนายปรีชาเป็นคนบอกเองว่าคนที่โทรมาเป็นอดีตรัฐมนตรีตามที่ปรากฏในข่าว
ด้านนายพนม กล่าวว่าตนเองเป็นผู้ได้รับความเสียหาย เพราะเนื้อหาในคลิปเสียงระบุว่า อีกพรรคการเมืองหนึ่งจะได้จัดตั้งรัฐบาลแน่นอน ส่วนพรรคเพื่อไทยจะได้เป็นฝ่ายค้าน มีการพูดต่อว่าถ้าตนได้เป็น สส. คนในพื้นที่ก็จะไม่ได้อะไร งบประมาณก็ไม่ได้ก็อาจทำให้คนที่สนับสนุนตน อาจจะเปลี่ยนใจไปสนับสนุนคนในสังกัดอดีตรัฐมนตรีดังกล่าว

นายชูศักดิ์ กล่าวเสริมว่าจากการที่ฟังข้อเท็จจริงมาทั้งหมด ทางคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย มีมติร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิดบุคคลที่เชื่อว่าเป็นอดีตรัฐมนตรีที่ปรากฏในคลิปเสียงกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้มีการไต่สวนสอบสวน ตามมาตรา 73 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เช่น การใส่ร้ายด้วยความเท็จ การสัญญาว่าจะให้ การทำให้เข้าใจผิดต่อตัวผู้สมัคร โดยมีการมอบหมายให้นายนรวิชญ์ เป็นผู้ยื่นคำร้องต่อ กกต. ส่วนการฟ้องร้องคดีความอื่นๆ ได้ให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคเป็นผู้ดำเนินการต่อไป
“เราก็ใช้สิทธิในการปกป้องพรรค ถ้าเราปล่อยไปแบบนี้ไม่ต้องเกรงกลัวอะไรแล้ว ต่อไปเขาก็ใช้อำนาจรัฐ ใช้นั่นนี่มาทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม” นายชูศักดิ์กล่าว




















