พรรคเพื่อไทยเดินหน้าเอาผิดบุคคลปริศนาในคลิปเสียงหลุด ที่ขู่ว่าเลือกเพื่อไทยไปก็เป็นได้แค่ฝ่ายค้าน ชี้เข้าข่ายใช้อำนาจข้าราชการการเมืองแทรกแซงการตัดสินใจของคนในพื้นที่ เรียกร้อง กกต. เร่งจัดการก่อนวันเลือกตั้งจะกลายเป็นโมฆะ
วันที่ 5 ก.พ.2569 ที่กกต. นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เดินทางมายื่นหนังสือถึง กกต.ขอให้ตรวจสอบคลิปเสียงกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง สส. ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี โดยยื่นใน 3 ประเด็น ประเด็นแรกคำพูดเป็นการจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของพรรคและผู้สมัครของบพรรคเพื่อไทย ประเดนที่สอง เป็นการสัญญาว่าจะให้ในเรื่องของตำแหน่งต่างๆ และประเด็นที่สาม ผู้พูดใช้อำนาจในฐานะที่เป็นข้าราชการ เป็นรัฐมนตรี เข้าข่ายเป็นแทรกแซงหรือไม่ ซึ่งในเรื่องดังกล่าวมีโทษหนักหากมีความผิดจำคุก 1- 10 ปี เพิ่มถอนสิทธิ 20 ปี
“ประเด็นนี้กระทบต่อคะแนนยนิยมของพรรค เพราะมีการพูดถึง ว่าพรรคได้รับเลือกตั้งมาอย่างไร ก็เป็นได้แค่ฝ่ายค้าน และเมื่อเป็นฝ่ายค้านก็จะไม่ได้รับการสนับสนุน ซึ่งก็กระทบกับผู้สมัครที่กำลังหาเสียงอยู่ รวมทั้งอยังมีการพูดว่าอย่างให้การสนับสนุนผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย แต่ให้ไปสนับสนุนพรรคการเมืองของผู้ที่พูด คือพรรคภูมิใจไทย” นายนรวิชญ์ กล่าว
เมื่อถามว่าคิดว่าพยานหลักฐานมีนำหนักแค่ไหน นายนรวิชญ์ กล่าวว่าเบื้องต้นเราเชื่อโดยสุจริต ว่าหลักบานค่อนข้างแน่นหนาพอสมควร เพราะนอกจากคลิปที่ปรากฎ ตัวคนที่สนทนา กับบุคคลที่เข้าข่ายกระทำผิด เราก็ไปยืนยันว่าตัวเขาที่เสียงอยู่ในคลิปนั้น เราจึงมั่นใจว่าเรามีหลักฐาน ที่หนักแน่พอสมควร ที่จะเสนอให้ กกต.พิจารณาได้
เมื่อถามต่อว่ามองอย่างไรที่มีการระบุว่าเป็นคลิปตัดต่อ เป็น เอไอ. นายนรวิชญ์ กล่าวว่าก็เป็นธรรมดาของแต่ละคน เขาก็ต้องพยายามปฎิเสธ ถือเป็นเรื่องปกติ
เมื่อถามต่อว่าหลังมีคลิปหลุดมีบุคคลที่ถูกอ้างว่าเป็นเสียงในคลิปติดต่อมาที่พรรคหรือไม่ นายนรวิชญ์ กล่าวว่าตั้งแต่มีการเผยแพร่คลิปทางพรรคก็พยายามสืบหาที่มาของคลิปนี้ เพราะว่ามีผลกระทบต่อคะแนนนิยมของพรรคและผู้สมัคร และสืบว่าใครมีส่วนอยู่ในคลิปบ้าง จนได้พบตัวและเขาก็ยินดีมาให้ข้อมูล และยืนยันส่งมอบคลิป ว่าถ้อยคำที่ปรากฎอยู่ในคลิปเป็นจริง
นายนรวิชญ์ กล่าวอีกว่า เดี๋ยวนี้มีข่าวการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเยอะ แม้ในการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมา ก็มีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งอยู่เยอะเช่นกัน อยากให้ กกต.ทำการตรวจสอบ ส่งสายสืบลงพื้นที่สอบสวนอย่างเข้มงวด เพื่อให้ได้การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม




















