“ประชาธิปัตย์” ปิดเมืองกรุงโชว์พลัง “ทางรอดที่ปลอดภัย” ก่อนเข้าคูหา 8 ก.พ.“อภิสิทธิ์” จัดหนักซัดกลับ “นายกฯ หนู” ปฏิเสธดีเบต ชี้ผู้นำประชาธิปไตยต้องพร้อมแข่งบนวิสัยทัศน์ ไม่ใช่ใช้อำนาจรัฐข่มขู่ในพื้นที่
วันที่ 6 ก.พ.69 ที่ วัน แบงค์คอก ฟอรั่ม พรรคประชาธิปัตย์ จัดปราศรัยใหญ่ ครั้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ภายใต้ชื่อ “ทางรอดที่ปลอดภัย ไว้ใจอภิสิทธิ์ ” โดยภายในงานมีการนำเสนอนโยบายของพรรคฯทั้ง 27 นโยบาย นอกจากนั้นยังมีการนำกาสสีฟ้าที่เขียนข้อความพรรค และเขต มาเป็นเพราะให้ประชาชนนำไปถ่ายรูปกับสแตนดี้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ทั้ง 3 คนด้วย ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
ทั้งนี้มีผู้สมัครสส.กทม. และผู้สมัครสส.จังหวัด ปริมณฑลมาร่วมงานด้วย ทั้งนี้ห้องจัดปราศัย สามารถ บรรจุประชาขนาดเข้าฟัง ได้ 2,000 คน
จากนั้น เวลา 16.30 น. นายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคฯ นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้ออกมาพบปะกับบรรดาแฟนคลับร้องกรี๊ด รุมล้อมและขอถ่ายรูป และหอมแก้มนายอภิสิทธิ์ด้วยทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่าง คึกคักก่อนที่จะเข้าห้องฟังปราศรัย

ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า แม้จะเหลือเพียงหนึ่งวันก็ทำงานเต็มที่ เพราะเราเริ่มต้นช้ากว่าคนอื่น ด้วยเงื่อนไขหลายอย่าง แต่เราต้องทำให้เต็มที่ ซึ่งถือว่ามาได้ไกลแล้ว ส่วนการปราศรัยในวันนี้ตนไม่ได้คิดเรื่องเซอร์ไพรซ์เท่ากับทำทุกอย่างให้ชัดเจนว่าอีก 2 วันข้างหน้ามีความสำคัญกับการตัดสินใจของประชาชน ซึ่งจากการลงพื้นที่เชื่อว่าคนกรุงเทพฯจะหันกลับมาดูเรา ส่วนจะมากแค่ไหนต้องไปติดตามในวันที่ 8 ก.พ.
เมื่อถามเวทีดีเบตเมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา เห็นว่านายอภิสิทธิ์ อยากคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าจริงๆแล้วเพียงแต่บอกว่า ต้องการให้คนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมที่จะเข้ามาสู่ กระบวนการของการตรวจสอบ ในส่วนของการเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องของพิธีกรรม แต่เป็นเรื่องของกระบวนการที่เป็นสากลที่เขาอยากจะให้คนที่เสนอตัวเป็นผู้นำ แสดงวิสัยทัศน์แลกเปลี่ยนกับพรรคการเมืองอื่นๆ ซึ่งประเด็นที่ตนหยิบยกขึ้นมาก็สำคัญเช่นเดียวกันให้พรรคการเมืองส่งนโยบายต่อ กกต. เพื่อให้ประชาชนรับทราบ ว่านโยบายที่แท้จริงของพรรคคืออะไร การที่บอกว่าส่งไปเพียงแค่ 10 นโยบาย แต่ในการหาเสียง มีมากกว่านโยบายที่ส่งไป จึงอยากรู้ว่าตกลงแล้วเป็นนโยบายหรือไม่ เพราะไม่ได้บรรจุไปในนโยบาย
เมื่อถามต่อว่านายอนุทินได้บอกว่า ไม่อยากคุยกับนายอภิสิทธิ์แล้ว คุยไปก็ไม่มีประโยชน์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าเขาไม่ได้มาพูดกับตน เขาพูดกับประชาชน ตนเพียงแต่ต้องการเปิดให้ประชาชนได้เปรียบเทียบ สิ่งที่เขาพูดกับตน พูดกับประชาชนจะว่าอย่างไร
“ก็ไม่เป็นไรท่านนายกฯ อาจจะคิดว่า มีอำนาจ ใช้สื่อ ในฐานะรัฐบาล ท่านอาจจะคิดว่า ไปปราศรัยภาคใต้ ไปด้อยค่าพวกผม แล้วมันเพียงพอ แต่ผมคิดว่า คนที่มีจิตใจเป็นประชาธิปไตยต้องพร้อม ที่จะมาแข่งขันเท่านั้นเอง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว




















