หัวหน้าพรรคประชาชนแถลงยอมรับผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ หลังคว้าอันดับ 2 รองจากพรรคภูมิใจไทย ประกาศยึดหลักการรัฐสภา เปิดทางพรรคอันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาล พร้อมยืนยันไม่โหวตแคนดิเดตนายกฯ จาก ภท. และเตรียมทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มรูปแบบ
เมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 เวลา 21.45 น. ที่อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคประชาชน (ปชน.) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการแถลงข่าวภายหลังทราบผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งพรรคประชาชนได้คะแนนมาเป็นอันดับ 2 รองจากพรรคภูมิใจไทย
โดยมีนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และนายสุชาติ เรืองปัญญาวุฒิ บิดาของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาร่วมให้กำลังใจแกนนำและสมาชิกพรรค
นายณัฐพงษ์ กล่าวขอบคุณประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและลงประชามติ พร้อมระบุว่า แม้ผลการเลือกตั้งยังไม่เป็นทางการครบ 100% แต่สิ่งที่น่ายินดีคือแนวโน้มผลประชามติที่มีโอกาสสูงจะผ่านความเห็นชอบของประชาชนในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
สำหรับผลการเลือกตั้ง พรรคประชาชนยอมรับว่าขณะนี้อาจไม่ใช่พรรคอันดับหนึ่ง พร้อมย้ำจุดยืนที่เคยประกาศไว้ว่า จะเคารพกระบวนการทางการเมืองในระบบรัฐสภา เปิดทางให้พรรคอันดับหนึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อน
“ผมขอเป็นกำลังใจให้ประชาชนทุกคน การเลือกตั้งทุกครั้งคือการหาทางออกของประเทศ ตราบใดที่เรายังเชื่อในพลังของตัวเอง ยังออกมาใช้สิทธิใช้เสียง ผมมั่นใจว่าประเทศไทยมีทางออก” นายณัฐพงษ์ กล่าว พร้อมยืนยันว่าพรรคและทีมผู้บริหารพร้อมเดินหน้าทำงานการเมืองต่อไป
เมื่อถูกถามถึงการเข้าร่วมรัฐบาล นายณัฐพงษ์ ระบุชัดว่า หากพรรคภูมิใจไทยสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ พรรคประชาชนจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านทันที โดยยืนยันไม่สามารถโหวตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยได้ และจะไม่ตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคอันดับหนึ่ง
ส่วนการวิเคราะห์ผลการเลือกตั้ง หัวหน้าพรรคประชาชนกล่าวว่า ทุกการเลือกตั้งสะท้อนเจตจำนงของประชาชน พรรคยอมรับผลการตัดสินใจทั้งหมด และไม่ขอวิเคราะห์ปัจจัยทางการเมืองในขณะนี้ พร้อมเดินหน้าทำงานทางการเมืองต่อไปเพื่อผลักดันนโยบายและสถาปนาการเมืองที่ตอบโจทย์ประชาชน
นายณัฐพงษ์ ยังย้ำว่า พรรคประชาชนยังไม่ได้รับการทาบทามจากพรรคการเมืองใด และหากมีการทาบทามจากพรรคภูมิใจไทย ก็ยืนยันไม่สามารถเข้าร่วมรัฐบาลได้ตามจุดยืนเดิมที่ประกาศไว้ตลอดช่วงหาเสียง
ในประเด็นการผลักดันรัฐธรรมนูญใหม่ นายณัฐพงษ์ เรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภาทุกฝ่ายเคารพผลประชามติ และเดินหน้าตามเจตจำนงของประชาชน โดยชี้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องอาศัยทั้งเสียง สส. และ สว. ซึ่งยิ่งมีเสียงในสภาผู้แทนราษฎรมากเท่าใด ยิ่งเพิ่มโอกาสผลักดันให้สำเร็จมากขึ้น
ท้ายที่สุด นายณัฐพงษ์ ฝากถึงผู้สนับสนุนพรรคประชาชนว่า อย่าเพิ่งหยุดเชื่อและหยุดหวัง พร้อมย้ำว่า “ผู้ตัดสินนักการเมืองที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด คือประชาชน” พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนติดตาม ตรวจสอบ และมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง
จากนั้น นายณัฐพงษ์ พร้อมแกนนำและผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน ได้ลงมาพบปะมวลชนที่มารอให้กำลังใจบริเวณด้านหน้าอาคารอนาคตใหม่ ท่ามกลางเสียงเชียร์ให้ “สู้ต่อไป” อย่างกึกก้อง




















