”เทพไท”ชี้ปมคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งทำให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ จะส่งกระทบ 4ส่วน คือกกต.-พรรคการเมือง-เจ้าหน้าที่รัฐ-ประชาชน
เมื่อวันที่ 19 ก.พ.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์หัวข้อ “ถ้าเลือกตั้งเป็นโมฆะ ส่งผลกระทบอะไรบ้าง” โดยระบุว่า แม้ว่าคณะกรรมการเลือกตั้ง หรือกกต. ได้ประกาศผลการเลือกตั้งส.ส.ในระบบเขต 400 เขต และในระบบบัญชีรายชื่อ 100 คนอย่างเป็นทางการแล้วก็ตาม
คำถามที่ตามมา คือ กกต.ได้จัดการเลือกตั้งโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ และทำไมถึงได้ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการล่าช้า โดยใช้เวลานานถึง 10 วัน เมื่อเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งของประเทศญี่ปุ่น ที่มีการเลือกตั้งพร้อมกับประเทศไทย คือในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตอนนี้ประเทศญี่ปุ่นได้ตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ประเทศไทยเพิ่งประกาศผลอย่างเป็นทางการ และยังมีการร้องเรียนยื่นคำร้อง มีการฟ้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ รวมถึงการฟ้องต่อศาลอาญาให้ดำเนินคดีกับกกต.ที่การจัดการเลือกตั้ง มีการกระทำความผิดตามมาตรา 157 และการยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ
ถ้าหากว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นโมฆะจริงตามที่หลายฝ่ายวิตกกังวลว่า ถ้าหากการเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะมีผลกระทบต่อภาคส่วนใดบ้าง สำหรับผมเห็นว่า ถ้าหากศาลได้พิจารณาว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาหรือการจัดการเลือกตั้งของกกต.ประเด็นใหญ่ คือการมีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการเลือกตั้งที่ไม่เป็นความลับตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ อาจทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ และมีประเด็นเดียวเท่านั้น ที่สุ่มเสี่ยงทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และถ้าหากการเลือกตั้งเป็นโมฆะจริง ก็จะกระทบกับภาคส่วนต่างๆใน4ส่วน คือ
1.คณะกรรมการเลือกตั้ง หรือ กกต. ต้องจัดการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง ต้องใช้งบประมาณอีกจำนวน 7.8ล้านบาท และจะต้องจัดการการเลือกตั้งให้สุจริตและเที่ยงธรรม เพื่อไม่ให้มีความผิดซ้ำซ้อนหรือความผิดซ้ำซาก หรือไม่ให้การเลือกตั้งครั้งใหม่สุ่มเสี่ยงเป็นโมฆะ หรือกระทำผิดกฏหมายรัฐธรรมนูญอีก
2.พรรคการเมืองต่างๆ ต้องลงเลือกตั้งใหม่ ต้องระดมทุน ต้องหาทุน หาผู้สนับสนุน เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคการเมืองแต่ละพรรคใช้เงินกันเป็นจำนวนมาก อย่างน้อยมี3พรรคที่ใช้เงินเงินทุนในการหาเสียง ยอดเงินนับพันล้านถึงหมื่นล้านก็มี
3.เจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการตั้งแต่ปลัดกระทรวงลงไป ต้องสนองนโยบายฝ่ายการเมือง ในจังหวัดต่างๆผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้อานิสงส์จากการโยกย้ายแต่งตั้งของรัฐบาลชุดนี้ ก็ต้องดำเนินการเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองบางพรรค มีผู้ว่าราชการจังหวัดในหลายจังหวัด ได้สั่งการไปยังนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นักการเมืองท้องถิ่น อสม.เพื่ออำนวยความสะดวก และเป็นหัวคะแนนซื้อเสียงให้พรรคการเมืองบางพรรค
4.ประชาชนผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งกำลังวิตกกันว่า ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ พรรคการเมือง หัวคะแนนจะจ่ายเงินซื้อเสียงอีกหรือไม่ ถ้าหากจะใช้วิธีการหรือข้ออ้างว่า เลือกตั้งครั้งที่ผ่านมายังไม่ประสบความสำเร็จ จะไม่จ่ายเงินเพิ่มอีก ก็จะเป็นปัญหาสำหรับการใช้สิทธิ์ของประชาชน ที่ประชาชนอาจจะไปใช้สิทธิ์ หรืออาจจะเบื่อการเลือกตั้ง ทำให้ใช้สิทธิ์น้อยลง แต่ถ้าหากว่าการซื้อเสียงครั้งที่ผ่านมาถือว่าจบกันไป เมื่อเลือกตั้งใหม่ก็จ่ายเงินอีก จะได้กระตุ้นให้ประชาชนได้ใช้สิทธิ์เพิ่มมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงหัวคะแนนที่ซื้อเสียงให้กับผู้สมัคร จะมีการคิดบัญชีย้อนหลังจากความล้มเหลวหรือความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาหรือไม่
ถ้าหากว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เป็นโมฆะ ก็จะเกิดความวุ่นวายไม่น้อย และจะทำให้ได้รัฐบาลชุดใหม่ล่าช้าออกไปอีก และสิ่งสำคัญก็คือ เกรงว่าจะมีการซื้อเสียงกันอีกอย่างมโหฬาร เว้นแต่พรรคการเมืองที่มีเงินทุนจำกัด ถ้าหากว่ามีการเลือกตั้งใหม่จะทำให้พรรคการเมืองที่ซื้อเสียง หรือนักการเมืองชื่อเสียงอาจจะหมดเงิน ก็เป็นโอกาสของพรรคการเมืองที่ไม่ซื้อเสียง และผู้สมัครที่หาเสียงตามกระแสนิยม จะได้เปรียบพวกใช้กระสุน




















