“เทพไท” ฟันฉับ ลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ. “กกต.” พิมพ์บัตรใหม่ ไม่มีรันนิ่งนัมเบอร์ แต่ยังมีบาร์โค้ด แสดงให้เห็นว่า “พบกันครึ่งทาง” เข้าตำรา “ยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกั๊ก” ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร เจอทางตันทุกด้าน เชื่อประเด็นนี้จะนำไปสู่การถกเถียงและพิสูจน์ว่า บัตรเลือกตั้ง 8 ก.พ.จะเป็นโมฆะหรือไม่
เมื่อวันที่ 22 ก.พ.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีต สส.นครศรีธรรมราช แสดงความเห็นเรื่อง “ทำไม??? กกต.พิมพ์บัตรเลือกตั้งใหม่” มีรายละเอียดว่า…ก่อนหน้านี้มีการจับตาดูว่า การที่คณะกรรมการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้กำหนดให้มีการลงคะแนนใหม่ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในระบบบัญชีรายชื่อ และระบบเขต รวมถึงการลงประชามติ ในพื้นที่เลือกตั้งบางหน่วย บางเขต ว่ามีการใช้บัตรเลือกตั้งแบบใด เพราะใช้บัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 ที่ผ่านมา มีการวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก…ว่า
การพิมพ์คิวอาร์โค้ด หรือบาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง จะเป็นการเลือกตั้งที่ไม่เป็นความลับ จนทำให้การจับตาดูว่า ในการเลือกตั้งใหม่ครั้งนี้ กกต.จะใช้บัตรเลือกตั้วเดิม หรือบัตรเลือกตั้งใหม่ ถ้าใช้บัตรเลือกตั้งเดิม นั่นก็หมายความว่า กกต. ยังยืนยันว่าบัตรเลือกตั้งที่ใช้เมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 ถูกต้อง จึงนำมาใช้อีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกันเป็นการยืนยัน ถ้าหากว่า มีบาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ทำให้บัตรไม่เป็นความลับ แสดงว่า กกต.ทำผิดซ้ำซาก หรือทำผิดซ้ำอีก
แต่ถ้าหาก กกต.พิมพ์บัตรเลือกตั้งใหม่ ใช้บัตรเลือกตั้งใหม่ ลงคะแนนในการเลือกตั้งครั้งนี้ คือวันที่ 22 ก.พ.69 แสดงให้เห็นว่า กกต.รู้ว่าบัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 ขัดรัฐธรรมนูญ เป็นการลงคะแนนที่ไม่เป็นความลับ เพราะมีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดลงไปด้วย จึงต้องใช้บัตรเลือกตั้งใหม่ โดยไม่มีการพิมพ์เครื่องหมายใดๆ เพื่อไม่ให้พิสูจน์ได้ว่า ผู้ลงคะแนนเป็นใคร และลงคะแนนอย่างไร
แต่ในที่สุดพบว่า การเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ.69 กกต.ได้พิมพ์บัตรใหม่ ที่ต้นขั้วไม่มี “รันนิ่งนัมเบอร์” หรือไม่มีเลขลำดับบัตร หรือเล่มของบัตร แต่ยังคงมี “บาร์โค้ด” อยู่ แสดงให้เห็นว่า กกต.ตัดสินแบบครึ่งทาง คือไม่มีตัวเลขในต้นขั้ว แต่ยังคงมีบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ถือว่าเป็นการ “พบกันครึ่งทาง” ซึ่งการแก้ปัญหาลักษณะเช่นนี้ เข้าใจได้ว่า สร้างความลำบากใจให้กับคณะกรรมการเลือกตั้ง หรือ กกต.เป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหนดี ข้างซ้ายก็เหว ข้างขวาก็เหว การจะตัดสินใจใช้บัตรใหม่ทั้งหมด ก็จะเป็นปัญหาทางข้อกฎหมาย จะใช้บัตรเดิมทั้งหมด ก็จะเป็นประเด็นทางข้อกฎหมายเช่นเดียวกัน
การแก้ปัญหาเช่นนี้ เรียกว่า “ยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกั๊ก” คือไม่รู้จะไปทางไหนดี เจอทางตันไปทุกด้าน และการที่กกต.กำหนดให้มีการพิมพ์บัตรเลือกตั้งใหม่เช่นนี้ ก็น่าจะเป็นประเด็นที่นำมาถกเถียง และวิพากษ์วิจารณ์กัน และจะนำไปสู่การพิสูจน์ว่า บัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 ที่มีทั้งคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด ลงในบัตรเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งเป็นความลับ ขัดรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งที่ผ่านมา จะเป็นโมฆะหรือไม่




















