“เทพไท” ออกโรงยุ ชงแผนดัดหลัง “ภท.” ให้ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เสี้ยม 4 พรรค “พท.-กธ.-ปชน.-ปชป.” งดออกเสียงวันโหวต “อนุทิน” เป็นนายกฯ แต่ต้องมี “ผู้จัดการมีบารมี” เป็นตัวประสาน และเป็นการแก้เผ็ด “ครูใหญ่-ภท.” ได้
เมื่อวันที่ 1 มี.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีต สส.นครศรีธรรมราช แสดงความเห็นเรื่อง “แนะแผนดัดหลังภูมิใจไทย” มีรายละะเอียดว่า…“หลังจากผลการเลือกตั้งสส. เมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 ออกมา ปรากฏว่า พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้รับเลือกตั้ง ทั้งสส.ระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 193 คน ถือว่าเป็นพรรคอันดับ 1 และมีสิทธิ์เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล จึงเป็นโอกาสของพรรคภูมิใจไทย ที่จะเลือกพรรคร่วมรัฐบาลว่า จะนำเอาพรรคการเมืองใด มาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลบ้าง
จึงเห็นภาพพรรคภูมิใจไทย เชิญพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคการเมืองเล็กๆ เพื่อรวบรวมจำนวนเสียงสนับสนุนให้เกิน 250 เสียง ในขณะเดียวกันก็มีท่าทีวางเฉย หรือเกี่ยงที่จะเชิญพรรคกล้าธรรม (กธ.) รวมไปถึงมีกระแสข่าวการปฏิเสธที่จะร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองบางพรรค หรือไม่ต้องการให้บุคคลใดมาเป็นรัฐมนตรี ซึ่งเป็นท่าทีของพรรคภูมิใจไทย ที่มีความทะนงตัว ทำให้เกมการจัดตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยเป็นตัวกำหนด หรือที่เรียกกันว่า “หล่อเลือกได้”
จึงทำให้นักการเมืองหรือพรรคการเมือง ที่อยากจะร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคการเมืองที่ลงทุน เสียทรัพยากร กระสุนดินดำในการเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก ต้องใช้วิธีการดิ้นรนเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อถอนทุนให้ได้ จึงเห็นพรรคการเมืองบางพรรค ใช้วิธีการติดต่อไม่ทางตรงทางอ้อม หวังที่จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลให้ได้
ในฐานะที่เป็นนักการเมืองมาก่อน อยากจะเสนอแนวทางว่า พรรคการเมืองต่าง ๆ ไม่ควรจะงอมืองอเท้า หรือปล่อยโอกาสให้พรรคภูมิใจไทยเป็นฝ่ายกระทำ หรือเป็นคนกำหนดเกม พรรคการเมืองต่าง ๆ ก็สามารถกำหนดเกม หรือต่อรองกับพรรคภูมิใจไทยได้ ขอเพียงว่าพรรคการเมืองเหล่านั้น มีความจริงใจมีสัจจะวาจา จับมือกันเหนียวแน่น แบบไปไหนไปกัน ตัดสินใจอย่างไรก็เอาด้วยกันหรือไม่
สิ่งที่อยากจะเสนอก็คือ อยากให้พรรคการเมือง ทั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) พรรคกล้าธรรม (กธ.) พรรคประชาชน (ปชน.) พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) งดออกเสียง ในวันที่มีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่พรรคภูมิใจไทยเสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล ถ้าพรรคการเมือง 4 พรรค งดออกเสียง จะทำให้เสียงสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ถึง 250 เสียง ก็ไม่สามารถจะเป็นนายกรัฐมนตรีได้
แต่ถ้าพรรคภูมิใจไทย จะเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนถัดไปขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีอีก คือนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ก็เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองทั้ง 4 พรรค จะพิจารณาว่า จะงดออกเสียงต่อ หรือจะเจรจาจับมือกันร่วมรัฐบาล ซึ่งถ้าเป็นโอกาสเช่นนี้แล้ว เสียงของพรรคภูมิใจไทยก็จะอ่อนลง และเป็นโอกาสของพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่จะเจรจาต่อรองไม่ให้อำนาจการต่อรองทางการเมืองหรือเกมการเมืองอยู่ในมือของพรรคภูมิใจไทย หรืออยู่ในมือครูใหญ่เพียงฝ่ายเดียว
ที่สำคัญก็คือ ต้องผู้จัดการหรือผู้ดำเนินการเรื่องนี้ ที่มีบารมีเพียงพอ ทำหน้าที่ประสานพรรคการเมืองเหล่านี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคกล้าธรรม 2 พรรคนี้งดออกเสียง ไม่ต้องกังวลถึงพรรคประชาชน เพราะพรรคประชาชนประกาศล่วงหน้าไปแล้วว่า จะไม่มีการโหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 แน่นอน
เพราะฉะนั้นเกมนี้ ถ้าจะแก้เผ็ด หรือจะดัดหลังพรรคภูมิใจไทย หรือ “ครูใหญ่” ทำได้ไม่ยาก จับมือกันงดออกเสียง ทุกอย่างก็จะประสบความสำเร็จ”




















