ครม.โชว์ถอดสูทร่วมประชุมหารือสถานการณ์ตะวันออกกลางและมาตรการลดใช้พลังงาน ขณะที่นายกฯลาป่วย
เมื่อวันที่ 10 มี.ค.69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย มอบหมาย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยวาระสำคัญที่คาดว่าจะเข้าสู่การประชุม ครม. กระทรวงพลังงานจะรายงานสถานการณ์ราคาพลังงานจากเหตุสู้รบในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลต่อทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก พร้อมประเมินผลกระทบต่อประเทศไทย และเสนอมาตรการประหยัดพลังงานในหน่วยงานราชการ อาทิ การขอความร่วมมือหน่วยงานราชการให้ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศาเซลเซียส งดการสวมสูทหรือผูกไท สนับสนุนการทำงานจากบ้าน (Work from Home) และการประชุมออนไลน์ รวมถึงการขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันลดการใช้พลังงาน
สำหรัลบรรยากาศการประชุม ครม.นั้นบรรดารัฐมนตรีและทีมงานต่างสวมเสื้อเชิ้ตแทนการใส่สูทผูกไทมาร่วมประชุม ตามมาตรการลดใช้พลังงาน
ส่วนครม.แจ้งลาการประชุมได้แก่ นายอนุทิน แจ้งลาป่วย รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ นายอัครา พรหมเผ่า รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข.
นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นคณะรัฐมนตรี เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการเป็นผู้นำในการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงการประหยัดไฟฟ้าและพลังงาน
นายโสภณ กล่าวว่า รัฐบาลจึงเริ่มต้นจากการทำเป็นตัวอย่างก่อน โดยการปรับลดการใช้เครื่องปรับอากาศ รวมทั้งงดการสวมสูทในการประชุม เพื่อแสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม หากทุกฝ่ายให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง เชื่อว่าจะสามารถช่วยลดการใช้พลังงานได้ นอกจากนี้ ตนยังเห็นด้วยกับมาตรการการทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) ซึ่งเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้
อย่างไรก็ตาม นายโสภณ ระบุว่า การรณรงค์ประหยัดพลังงานต้องทำอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ไม่ใช่เพียงดำเนินการเพียงวันเดียวแล้วจะเห็นผล
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการปรับลดจำนวนรถในขบวนของผู้บริหาร นายโสภณ กล่าวว่า สำหรับตนมีเพียงรถคันเดียว ส่วนบุคคลอื่นไม่ทราบรายละเอียด
ด้าน น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า การที่รัฐมนตรีไม่ได้สวมสูทในวันนี้ ประการแรกเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพอากาศของประเทศไทย และอีกประการหนึ่งเพื่อร่วมรณรงค์ให้ประชาชนช่วยกันประหยัดพลังงานในช่วงนี้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวิธีในการช่วยชาติ โดยคณะรัฐมนตรีพยายามทำให้เห็นเป็นตัวอย่างอย่างเป็นรูปธรรม.



















