นายกฯ ยืนยันรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาน้ำมัน ไม่ให้ขาดแคลน และช่วยเหลือประชาชน เชื่อสัปดาห์หน้ามีรัฐบาลใหม่ จะมีอำนาจเต็มในการบริหาร
เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ร่วมงาน “Meet the Press: 1 เดือนวิกฤตโลก-แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” เพื่อชี้แจงสถานการณ์และแนวทางการรับมือของภาครัฐ รวมถึงสร้างความเข้าใจต่อสังคม หลังผ่าน 1 เดือนของเหตุการณ์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพทั่วโลก พร้อมเปิดเวทีให้สื่อมวลชน และอินฟลูเอ็นเซอร์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ทำให้ทุกประเทศประสบปัญหาความมั่นคงทางพลังงาน และราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น หลายประเทศขาดแคลนน้ำมัน และมีมาตรการรณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันประหยัดพลังงาน ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันยังทรงตัว แม้จะมีการพยายามเจรจายุติความขัดแย้ง แต่ก็ยังไม่บรรลุผล ดังนั้น ประชาชน อาจจะต้องรับมือในระยะเวลายาวนาน และรัฐบาลจะต้องมีมาตรการรับมือเช่นเดียวกัน

นายกรัฐมนตรี ยังขออภัยประชาชน ต่อความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นต่อการบริหารราคาน้ำมันที่เกิดขึ้น ซึ่งรัฐบาลพยายามพยุงราคา 15 วันแรก เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนประชาชน และได้ปรับตัว และได้คาดการณ์ ว่า การสู้รบจะไม่ลากยาว แต่วันนี้สถานการณ์เปลี่ยน และการสู้รบไม่น่าจะจบเร็ว รัฐบาล จึงเน้นการประคับประคองสถานการณ์ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการทั้งระบบ เพื่อให้การดูแลค่าใช้จ่าย และค่าครองชีพเป็นไปอย่างดีที่สุด
ส่วนสถานการณ์น้ำมันที่ขาดแคลนหน้าปั๊มในบางพื้นที่นั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว ซึ่ง ศบก.ได้แก้ปัญหาวิกฤตการณ์น้ำมัน โดยบูรณาการกับทุกหน่วยงาน และพยายามขยายคอขวดที่ทำให้เกิดการติดขัดของน้ำมัน รวมถึงการเพิ่มรอบการขนส่ง และการอัดฉีดน้ำมันสำรองให้ประชาชน เพื่อลดความตื่นตระหนกของประชาชน ที่สำรองปริมาณน้ำมันไว้ เพื่อสร้างความมั่นใจ จึงทำให้ปริมาณความต้องการปริมาณน้ำมันแต่ละวันสูงขึ้น และยังมีการปราบปรามดำเนินคดีกับผู้ที่กักตุนน้ำมัน รวมถึงการหยุดตรึงราคา เพื่อลดการกักตุน หรือส่งน้ำมันเถื่อนเพื่อทำกำไร และลดภาระกองทุนน้ำมัน
การหยุดตรึงราคานั้น นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไม่ใช่การลอยตัวราคาน้ำมัน แต่ยังคงใช้กองทุนนำมันอุดหนุนอยู่ แต่อยู่ในปริมาณที่ลดลง โดยให้อยู่ในกลไกตลาดโลกและเพื่อนบ้าน และเมื่อราคาน้ำมันใกล้เคียงประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ก็จะช่วยลดการลักลอบขายประเทศเพื่อนบ้านและใช้อยู่ในเฉพาะประเทศไทย โดยรัฐบาลสามารถลดอัตราการอุดหนุนจากลิตรละ 24 บาท เหลือ 16 บาท ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และงบประมาณการอุดหนุนได้ ซึ่งรัฐบาล พยายามให้สถานการณ์กลับไปสู่ปกติให้ได้ พร้อมย้ำว่า ปริมาณน้ำมันของประเทศไทยนั้น มีเพียงพอต่อการใช้ของประชาชน 67 ล้านลิตรต่อกัน ซึ่งปริมาณการใช้น้ำมันของประชาชนที่เพิ่มมากขึ้นเป็น 85 ล้านลิตรในช่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเพราะการตื่นตระหนก จึงขอให้ประชาชนมั่นใจ ว่าปริมาณน้ำมัน หากเป็นไปตามความต้องการปกติของประชาชน มีเพียงพอถึงสงกรานต์หรือทั้งปีแน่นอน และปัจจุบันมีมาตรการป้องกันการลักลอบขายประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสร้างกำไรแล้ว และยืนยันว่า ราคาน้ำมันหน้าปั๊มของไทยปัจจุบัน ยังต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน

นายกรัฐมนตรี ยังคาดว่า สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของรัฐบาลรักษาการ เพราะตนได้รับรายชื่อผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีใหม่จากทุกพรรคการเมืองแล้ว และผ่านกระบวนกาตรวจสอบคุณสมบัติเสร็จสิ้นแล้ว โดยในวันจันทร์ที่ 30 มีนาคมนี้ จะมีการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยืนยันคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีอีกครั้ง ก่อนน้ำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ โดยคาดว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ในสัปดาห์หน้า ซึ่งรัฐบาลรักษาการชุดปัจจุบัน ยังไม่สามารถออกนโยบายที่ไปผูกพันธ์รัฐบาลชุดใหม่ได้ และการใช้งบกลางยังจะต้องขออนุมัติต่อ กกต. และยืนยันว่าเมื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก็จะเร่งประสานประธานรัฐสภา เพื่อให้คณะรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา และเข้าบริการราชการแผ่นดินทันที เพื่อรับมือสถานการณ์ต่อไป

นายกรัฐมนตรี ยังเชิญชวนประชาชนร่วมกันประหยัดพลังงาน ลดการใช้น้ำมัน ซึ่งหากแต่ละครอบครัว ลดใช้น้ำมัน ซึ่งหากแต่ละครอบครัว สามารถประหยัดได้ครอบครัวละ 1 ลิตร ก็จะสามารถประหยัดน้ำมันได้และสามารถนำงบประมาณดังกล่าวไปสนับสนุนมาตรการอื่น ๆ เช่น มาตรการคนละครึ่งพลัส ที่นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า จะออกมาทันที เพื่อช่วยค่าใช้จ่ายประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจทันที
ส่วนการรับมือน้ำมันในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้น นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตนเองได้เรียกประชุมทุกหน่วยงาน กับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อสอบถามสถานการณ์น้ำมัน ซึ่งหากผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถบริหารจัดการสถานการณ์น้ำมันได้ ทุกจังหวัดก็จะมีน้ำมันบริการประชุมในช่วงสงกรานต์ แต่หากมีการเติมสำรอง ปริมาณก็จะไม่พอ ดังนั้น ขอประชาชนอย่ากังวลว่าจะกลับไม่ถึงบ้าน เพราะทุกจังหวัดได้รับข้อสั่งการแล้วว่า ปั๊มน้ำมันบนเส้นทางหลัก จะต้องมีน้ำมันบริการ และพ่อค้าคนกลาง ที่นำน้ำมันไปจำหน่ายให้กับโรงงานอุตสาหกรรมนั้น ก็จะไม่มาแย่งน้ำมันของประชาชนจากหน้าปั๊มแล้ว เพราะราคาไม่แตกต่างกันแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะมาแย่งน้ำมันจากหน้าปั๊มอีก



















