หน้าแรกHighlight“ทรัมป์”ลั่นต้องการฮุบน้ำมันจาก“อิหร่าน” เล็งยึดศูนย์กลางส่งออกของ“เกาะคาร์ก”

“ทรัมป์”ลั่นต้องการฮุบน้ำมันจาก“อิหร่าน” เล็งยึดศูนย์กลางส่งออกของ“เกาะคาร์ก”

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ทรัมป์ลั่น ต้องการยึดน้ำมันอิหร่าน เข้าควบคุมเกาะคลาร์ก เผยอิหร่านอนุญาตให้เรือผ่านฮอร์มุซเป็นของขวัญเพิ่มเป็น 20 ลำ ระบุ อิหร่านเปลี่ยนระบอบการปกครองไปแล้วหลังถูกถล่มหนัก

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาต้องการ “ยึดน้ำมันในอิหร่าน” และอาจยึดศูนย์กลางการส่งออกของเกาะคาร์ก ในขณะที่สหรัฐฯ ส่งทหารหลายพันนายไปยังตะวันออกกลาง

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ ไฟแนนเชียล ไทม์ส (Financial Times) เมื่อวันอาทิตย์ว่า “สิ่งที่ผมต้องการคือการยึดน้ำมัน” โดยเปรียบเทียบกับสถานการณ์ในเวเนซุเอลาที่สหรัฐฯ ตั้งใจจะควบคุมอุตสาหกรรมน้ำมัน “อย่างไม่มีกำหนด” หลังจากการจับกุมนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเผด็จการได้ในเดือนมกราคม

ความเห็นของประธานาธิบดีเกิดขึ้นท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งทำให้ตะวันออกกลางตกอยู่ในวิกฤตและราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่า 50 % ในหนึ่งเดือน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงกว่า 116 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเช้าวันจันทร์ในเอเชีย ใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มสงคราม

ทรัมป์กล่าวว่า “พูดตามตรง สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือการยึดน้ำมันในอิหร่าน แต่มีคนโง่ๆ ในสหรัฐฯ บางคนถามว่า ‘ทำไมคุณถึงทำอย่างนั้น?’ แต่พวกเขาก็เป็นคนโง่”

ท่าทีดังกล่าวของทรัมป์ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับการยึดเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันส่วนใหญ่ของอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม การโจมตีศูนย์กลางการส่งออกนั้นมีความเสี่ยงสูง เพิ่มโอกาสที่จะเกิดความสูญเสียของสหรัฐฯ มากขึ้น และยืดเยื้อค่าใช้จ่ายและระยะเวลาของสงคราม
ทรัมป์กล่าวว่า “บางทีเราอาจจะยึดเกาะคาร์กได้ บางทีเราอาจจะไม่ยึดก็ได้ เรามีทางเลือกมากมาย” “นั่นหมายความว่าเราจะต้องอยู่ที่นั่น [บนเกาะคาร์ก] เป็นเวลานาน”

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับสถานการณ์การป้องกันของอิหร่านบนเกาะคาร์ก เขากล่าวว่า “ผมไม่คิดว่าพวกเขามีการป้องกันใดๆ เราสามารถยึดมันได้อย่างง่ายดาย”

ทั้งนี้ ความขัดแย้งได้ขยายวงกว้างขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยเมื่อวันศุกร์มีการโจมตีฐานทัพอากาศในซาอุดีอาระเบีย ทำให้ทหารอเมริกันบาดเจ็บ 12 นาย และเครื่องบินลาดตระเวน อี-3 เซนทรี ( E-3 Sentry) มูลค่า 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนยังได้ยิงขีปนาวุธใส่ประเทศอิสราเอล ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อการเพิ่มระดับความขัดแย้งครั้งใหม่ ที่นักวิเคราะห์กล่าวว่าอาจทำให้วิกฤตพลังงานโลกเลวร้ายลง

กระนั้น แม้จะมีคำขู่ว่าจะยึดการผลิตน้ำมันของอิหร่าน แต่ทรัมป์เน้นย้ำว่าการเจรจาทางอ้อมระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านผ่าน “ผู้แทน” ของปากีสถานกำลังคืบหน้าไปได้ด้วยดี ทรัมป์กำหนดเส้นตายไว้ที่วันที่ 6 เมษายน สำหรับอิหร่านที่จะยอมรับข้อตกลงยุติสงคราม มิฉะนั้นจะเผชิญกับการโจมตีภาคพลังงานของสหรัฐฯ

เมื่อถูกถามว่าข้อตกลงหยุดยิงจะสามารถบรรลุได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าหรือไม่ ซึ่งจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำที่น้ำมันหนึ่งในห้าของโลกไหลผ่าน ทรัมป์ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเฉพาะเจาะจง
ทรัมป์กลาวเพียงแต่ว่า “เราเหลือเป้าหมายอีกประมาณ 3,000 เป้าหมาย — เราทิ้งระเบิดไปแล้ว 13,000 เป้าหมาย — และยังมีเป้าหมายอีกสองสามพันเป้าหมายที่ต้องจัดการ” และว่า “ข้อตกลงน่าจะทำได้ค่อนข้างเร็ว”

สัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์ กล่าวว่าอิหร่านอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันที่ติดธงปากีสถาน 10 ลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็น “ของขวัญ” ให้แก่ทำเนียบขาว ซึ่งทรัม์บอกว่า จำนวนเรือบรรทุกน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเป็น 20 ลำแล้ว ซึ่งไฟแนนเชียลไทม์ส ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ในทันที

ทรัมป์บอกว่า “พวกเขาให้เรามา 10 ลำ” “ตอนนี้พวกเขากำลังให้มา 20 ลำ และ 20 ลำนั้นได้เริ่มออกเดินทางแล้ว และพวกเขากำลังแล่นตรงไปกลางช่องแคบ”

ทรัมป์เสริมว่าโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาของอิหร่านและหนึ่งในผู้นำสงครามระดับสูงของประเทศ ได้อนุมัติเรือบรรทุกน้ำมันเพิ่มเติมเหล่านี้

“เขาเป็นคนอนุมัติเรือเหล่านี้ให้ผม จำได้ไหมที่ผมบอกว่าพวกเขาจะให้ของขวัญผม? แล้วทุกคนก็พูดว่า ‘ของขวัญอะไร? ไร้สาระ’ พอพวกเขาได้ยินแบบนั้น พวกเขาก็เงียบไป และการเจรจาก็เป็นไปด้วยดี”

ทรัมป์ยังอ้างอีกว่าอิหร่านได้ “เปลี่ยนระบอบการปกครอง” ไปแล้ว หลังจากที่อญาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านมายาวนาน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคนถูกสังหารในช่วงเริ่มต้นของสงครามและในการโจมตีที่ตามมา

ทรัมป์บอกว่า “คนที่เรากำลังติดต่อด้วยนั้นเป็นกลุ่มคนที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง… [พวกเขา] เป็นมืออาชีพมาก” นอกจากนั้น ทรัมป์ยังย้ำคำกล่าวอ้างของเขาอีกครั้งว่า โมจตาบา คาเมนี บุตรชายของคาเมเนอีและผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน อาจเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยบอกว่า “ลูกชายอาจเสียชีวิตแล้วหรืออยู่ในสภาพที่แย่มาก” “เราไม่ได้ข่าวคราวจากเขาเลย เขาหายไปแล้ว”

ทั้งนี้ เตหะรานยืนยันว่าประมุขแห่งรัฐปลอดภัยและมีสุขภาพดี หลังจากที่เขาหายตัวไปจากสายตาประชาชน ทำให้เกิดการคาดเดาว่าเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img