เปิดใจ “นครินทร์ เมฆไตรรัตน์” ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เคลียร์ชัดปมดราม่าดูงานต่างประเทศ ย้ำหัวใจหลักคือ “กระชับสัมพันธ์ศาลโลก” ไม่ใช่การพักผ่อน พร้อมโชว์ศักยภาพองค์กร 28 ปีที่โลกยอมรับ มั่นใจตุลาการ 9 ท่าน ทำงานอิสระ ไร้แรงกดดันสั่งซ้ายหันขวาหัน
วันที่ 30 มี.ค.2569 ที่ดีวาน่า พลาซ่า กระบี่ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวบรรยายถึงบทบาทการทำหน้าที่ และการดำเนินงานของศาลรัฐธรรมนูญ ในระหว่างพิธีเปิดโครงการศาลรัฐธรรมนูญพบสื่อมวลชน ประจําปี 2569 ว่า ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรตุลาการ ซึ่งการจะพูดคุยอะไรต้องอยู่ในกรอบ และองค์กรตุลาการทั้งหมด 9 คน ทุกคนมีอิสระ การตัดสินใจอะไรต่างๆ ก็เป็นดุลพินิจของบุคคล เราไม่สามารถก้าวล่วงได้เลย หรือทั้งในเชิงกดดันหรือล็อบบี้ซึ่งไม่สามารถทำได้ ฉะนั้นเราอยากพูดคุยกันในกฎกติกา
เมื่อถามว่าที่มีการพูดถึงการอบรมของศาล รธน.และยกเลิกไปนั้น ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า เราก่อตั้งมา 28 ปี หากเปรียบเป็นบุคคลถือว่ามีวุฒิภาวะพอและเหมือนคนหนุ่มสาว แสดงให้เห็นว่าตัวองค์กรของศาลและสังคมไทยได้เรียนรู้แล้วว่าศาลรัฐธรรมนูญทำอะไร ตลอดระยะเวลา 28 ปี เราผ่านรัฐธรรมนูญมา 3 ฉบับ คือ ปี 2540 ปี 2550 และปี 2560 ซึ่งอำนาจหน้าที่มีการเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร เช่น ตุลาการจาก 15 คน เหลือ 9 คน จากนั้นก็เปลี่ยนแปลงในเรื่องรายละเอียดอีกซึ่งมีทั้งข้อดีและไม่ดี จึงเห็นว่าเรามีตุลาการมาจากอดีตวิศวะที่เป็นอธิบดีกรมทางหลวง หรือมาจากนิติศาสตร์ เพราะเกี่ยวกับเรื่องลักษณะของคดีด้วย ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งมา 28 ปี ในวันที่ 7-8 เม.ย.นี้ จะมีงานวันเกิดศาลรัฐธรรมนูญ เดิมเราจะจัดให้ใหญ่โตแต่มีการเตือนกันว่าอย่าเพิ่งทำอะไรให้ใหญ่โตให้รอช่วง 30 ปี
“ฉะนั้นในปีนี้เราจะมีการจัดงาน โดยจะเชิญประธานศาลรัฐธรรมนูญแห่งเอเชีย และคณะกรรมการเวนิส เพื่อให้เป็นเครื่องประจักษ์พยานว่าคณะศาลรัฐธรรมนูญของไทย ได้รับการยอมรับจากบอร์ดศาลรัฐธรรมนูญโลก และจากสมาชิกศาลรัฐธรรมนูญโลก 125 ประเทศ โดยในงานดังกล่าวจะเชิญผู้นำองค์กรศาลรัฐธรรมนูญโลกมาบรรยายพิเศษ ซึ่งการที่ตัวแทนศาลระดับนี้เดินทางมา แสดงเห็นให้ว่าประเทศไทยไม่ได้ทำงานแบบไร้ทิศทางหรือไม่เป็นที่ยอมรับของสมาคมโลก ซึ่งสมาคมศาลโลกให้การยอมรับประเทศไทยอย่างดียิ่งและยอมรับในทุกมิติ”นายนครินทร์ กล่าว
นายนครินทร์ กล่าวอีกว่า สมาชิกศาลรัฐธรรมนูญโลก มี 125 ประเทศ แต่ระบบศาลจะแบ่งออกประมาณ 3-4 ลักษณะ คือ รูปแบบที่หนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นแผนหนึ่งอยู่ภายใต้ศาลฎีกา อาทิ ประเทศ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ รูปแบบที่สอง ศาลรัฐธรรมนูญแยกออกมาในรูปแบบศาล และรูปแบบที่สาม ที่เป็นรูปแบบหลักของประเทศฝรั่ง คือรูปแบบสภารัฐธรรมนูญฝรั่งเศส (Consiel) และรูปแบบที่สี่ เรียกว่าทายูโน่ ซึ่งทั้ง 4 รูปแบบนี้ประเทศไทยดำเนินการแบบรูปแบบที่สอง ทั้งนี้ หากถามว่าคดีรัฐธรรมนูญคืออะไร ก็ต้องดูว่าตามกฎหมายของแต่ละประเทศที่เป็นข้อพิพาททางรัฐธรรมนูญ อะไรใช่หรือไม่ใช่จะรับหรือไม่รับเป็นดุลพินิจโดยอิสระของตุลาการแต่ละท่าน ซึ่งที่ผ่านประเทศไทยมีปัญหาเรื่องคดีมาตลอด
เมื่อถามว่าที่หลายคนอยากให้ตนชี้แจงในเรื่องการดูงานต่างประเทศ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญตั้งมา 28 ปี มีเจ้าหน้าที่ 260 คน เล็กกว่า อบต. เทศบาล งบประมาณ 368 ล้านบาท องค์กรตุลาการศาลไม่ใช่ดูงานเป็นหลัก แต่การดูแลเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ฉะนั้นการใช้จ่ายเงินของศาลในการเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ใช่ไปเที่ยวพักผ่อน แต่เป็นในเรื่องของความสัมพันธ์และเพิ่มความรู้บุคลากรของศาล แต่เราก็ไม่ได้ขัดฃมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงได้ยกเลิกการดูงานของศาลไปหมดแล้ว ฉะนั้นขอให้เข้าใจ
“งานต่างประเทศ เป็นงานที่มีความสำคัญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญโลกมี 125 ประเทศ และไทยเป็นหนึ่งศาลรัฐธรรมนูญเอเชีย ฉะนั้นขอให้เข้าใจว่าการดูงานต่างประเทศ เราทำด้วยความระมัดระวังและทำในฐานะที่เป็นกลไกหนึ่งของการบริหารงานของศาล เพราะว่าการเพิ่มพูนผลงานและความเข้าใจของศาล ความสำคัญระหว่างประเทศเป็นเรื่องสำคัญ ศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถทำงานอย่างโดดเดี่ยวได้ในโลกที่มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างแน่นแน่นอย่างในทุกวันนี้“ นายนครินทร์กล่าว และย้ำว่า ตุลาการก็มีบทบาทหน้าที่ ตามที่รัฐธรรมนูญได้มอบหมายไว้



















