“ดร.การดี” เตรียมยื่นญัตติด่วนพรุ่งนี้! แก้ปัญหาวิกฤตฝุ่นซ้อนวิกฤตเศรษฐกิจ เผยข้อมูลใหม่ฝุ่นพิษเกิดจากในประเทศเป็นหลัก ชี้ต้นตอมาจากน้ำมันแพงจนเกษตรกรแบกต้นทุนไม่ไหว ต้องหันมาเผาขยะการเกษตรแทน
วันที่ 31 มี.ค.2569 เวลา 11.55 น. ที่รัฐสภา ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงข่าวเรื่องวิกฤต PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ ว่า สิ่งที่กังวลมากคือสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง ฝุ่น PM2.5 มีผลกระทบทั้งระยะสั้น และระยะยาว ทั้งนี้อยากให้รัฐบาลจับตาเพราะเรากำลังอยู่ในภาวะวิกฤติซ้อนวิกฤติ จากเรื่องเศรษฐกิจ และน่าจะมีวิกฤตซ้อนอีกอย่างหนึ่งคือ ประมาณ 2 สัปดาห์ก็เป็นเทศกาลสงกรานต์ แต่ปัญหาพลังงานในประเทศอาจจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในประเทศได้ แต่วันนี้สิ่งที่เราเห็นตัวเลขมาแล้วผ่านสภาอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวภาคเหนือ พบว่ายอดจองโรงแรมลดลงกว่า 50% และพฤติกรรมนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม เช่น เอเชีย จีน จะมีการจองล่วงหน้าก่อนเดินทางเพียง 2 สัปดาห์ ดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงนี้อาจจะทำให้ตัดสินใจไม่มาจากผลกระทบทางสุขภาพ และปัญหาเศรษฐกิจ
ดร.การดี กล่าวว่า ตนอยากแนะนำเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะเรื่อง PM 2.5 พูดกันมาเป็นสิบปีแล้ว ที่ผ่านมาจะมองเป็นเรื่องระยะยาว แต่วันนี้เป็นเรื่องเฉพาะหน้าและฉับพลัน ซึ่งจากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมของจิสด้า เทียบข้อมูลวันที่ 30 มี.ค. 2569 กับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 จะพบว่ามีการเปลี่ยนแปลง จากที่เคยเข้าใจว่าฝุ่นมาจากการเผาจากประเทศเพื่อนบ้าน หรือวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อม แต่วันนี้พบว่าเกิดในประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ และเกิดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งน่าตกใจมาก เรียกว่า เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ และอีกสิ่งหนึ่งที่มีความเปลี่ยนแปลงของปีนี้กับปีที่แล้ว คือการขนส่ง ซึ่งมีทฤษฎีที่น่าจับตาคือเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากการขาดแคลนน้ำมันในช่วงการเก็บเกี่ยว เพาะปลูกหรือไม่ ที่จะมีการกำจัดขยะจากการเกษตร แล้วสิ่งที่ทำได้เร็วที่สุดก็คือการเผา
“พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้มองว่าจะเป็นปัญหาที่เข้ามาแล้วไป แต่ควรต้องมีการแก้ไขอย่างเป็นระบ ดังนั้นในวันพรุ่งนี้จะยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาเพื่อให้มีกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อเร่งทำให้ปัญหานี้จบโดยเสร็จสมบูรณ์ และมองถึงเรื่องระยะยาวด้วย ให้มอง เรื่อง PM 2.5 ใน 4 มิติ คือ สิ่งแวดล้อม การจัดการการเกษตร การจัดการสุขภาพ และเศรษฐกิจในภาพรวม เพื่อให้ลูกหลาน พ่อ แม่เติบโตดี สร้างเศรษฐกิจที่มั่นคง ไม่อยู่บนความเสี่ยงคุณภาพอากาศที่ควรเป็นสิทธิพื้นฐานของคนไทย อย่างน้อยเราควรทำตรงนี้อย่างเป็นระบบ ไม่ให้เป็นเรื่องไหม้ฟางที่พูดแค่ช่วงฤดูฝุ่นเท่านั้น หรือมองแค่การเยียวยา”นางการดี กล่าว
นางการดี กล่าวอีกว่า การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เรื่องบรรเทาความเดือดร้อน และแง่เศรษฐกิจเราก็มีการพูดคุยกัน แต่เราคงมีการคุยกับฝ่ายค้านต่อไป แต่ที่อยากให้พูดคุยกัน คือวันนี้เป็นวันแรกของอนาคต ถ้ายังแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ลูบหน้าปะจมูกก็จะต้องมาแถลงข่าวเรื่องนี้ซ้ำทุกปี แล้วเรื่องราวจะรุนแรงมากขึ้น ส่วนพรรคประชาชนเตรียมเสนอเรื่องนี้เหมือนกัน เราก็จะเสนอในมุมมอง 4 มิติข้างต้น การแก้ปัญหามีหลายมุมมอง ทั้ง สั้น กลาง ยาว และมุมมองการจัดการของรัฐ ซึ่งต้องเร่งมาดูพร้อมกัน เพราะเรื่อง PM 2.5 ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจ สุขภาพ สิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่ต้องบูรณาการร่วมกันที่ปชป.จะร่วมนำเสนอในวันที่ 1 เม.ย.นี้
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่อง PM 2.5 เราดูที่ต้นตอของปัญหาก่อน แน่นอนว่าอุณภูมิโลกที่สูงขึ้น ความชื้นลดลง แต่วันนี้การจัดการทางภาครัฐ กฎหมาย มีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่สำคัญคือการบังคับใช้กฎหมาย แต่หากบังคับใช้กฎหมายโดยไม่เข้าใจต้นตอสถานการณ์ เช่น พื้นทีเพาะปลูก การเคลื่อนย้ายขยะทางการเกษตร ที่มีต้นทุนสูงขึ้น หากรัฐไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้คำถามก็จะกลับไปที่เดิม ที่ปัญหาของประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก การแก้ไขคงไม่สามารถบอกได้ว่าแก้ไขแล้วโดยการมีกฎหมายแล้ว บังคับใช้แล้วเท่านั้น แต่กฎหมายนั้นต้องมีความเห็นอกเห็นใจ และเข้าใจปัญหาจริงๆ ซึ่งจริงรัฐไม่ควรบังคับใช้กฎหมายเพียงเท่านั้น แต่ควรให้ทางออก โดยเฉพาะเกษตรกรที่อยู่ในจุดนี้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการการสนับสนุนการรีไซเคิลขยะทางการเกษตร การทำวงจรที่ง่ายขึ้น ต้นทุนถูกลง ตอนนี้ วันนี้เป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติแล้วยังมีซ้อนวิกฤติเข้าไปอีกทีจากต้นตอเรื่องการจัดการปัญหาน้ำมัน



















