“ณัฐพงษ์” จี้รัฐเปิดโปงขบวนการกักตุนน้ำมัน กางตัวเลขค่าการกลั่นต่อสาธารณะ ซัดคดี 44 สส. กลิ่นนิติสงครามหัวหน้าพรรคประชาชน เรียกร้องรัฐบาลใช้อำนาจเต็มสาวถึงตัวการเบื้องหลังน้ำมัน พร้อมเปิดข้อมูลต้นทุน–กำไรโรงกลั่นให้โปร่งใส ขณะตั้งข้อสังเกตคดี 44 สส. อาจมีนัยทางการเมือง หวั่นถูกใช้สกัดการอภิปราย
เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเปิดโปงขบวนการกักตุนน้ำมันว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลซึ่งมีอำนาจเต็มอยู่แล้ว โดยเมื่อนายกรัฐมนตรีออกมายอมรับว่าพบความผิดปกติ ก็ควรเดินหน้าสืบสวนไปถึงบุคคลที่อยู่เบื้องหลังและได้รับผลประโยชน์ พร้อมดำเนินการลงโทษอย่างจริงจัง
กรณีที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เตรียมเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน และเชิญโรงกลั่นเข้าชี้แจงนั้น นายณัฐพงษ์ ระบุว่า สิ่งที่สังคมต้องการมากที่สุดคือ “ตัวเลขที่ชัดเจน” โดยเฉพาะโครงสร้างต้นทุนและค่าการกลั่น ซึ่งในช่วงสถานการณ์ปัจจุบันมีแนวโน้มสูงกว่าภาวะปกติ
“เมื่อเรียกโรงกลั่นมาชี้แจงแล้ว ควรกางข้อมูลให้ประชาชนเห็นทั้งหมด ทั้งต้นทุน กำไร และห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้ตรวจสอบได้ว่าเป็นธรรมหรือไม่ หากพบว่ามีกำไรเกินสมควร ก็ต้องพิจารณาเรียกคืนผลประโยชน์บางส่วน และวางโครงสร้างใหม่ให้เป็นธรรมในระยะยาว” นายณัฐพงษ์ กล่าว
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนว่าค่าการกลั่นในระดับใดจึงจะเหมาะสม ดังนั้น การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสจึงเป็นคำตอบสำคัญ พร้อมย้ำว่าผลการประชุมควรถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมยื่นคดี 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล ต่อศาลฎีกาในวันที่ 9 เม.ย. ว่า โดยปกติหากอยู่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ กระบวนการควรดำเนินหลังพ้นช่วงเวลาดังกล่าว แต่หากมีการเร่งรัดก่อน อาจทำให้สังคมตั้งคำถามถึงเจตนา
“หากมีการสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนช่วงสงกรานต์จริง อาจถูกมองว่าเป็นการสกัดการอภิปรายของพรรคประชาชน ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้น ควรปล่อยให้กระบวนการรัฐสภาดำเนินไปตามปกติ” นายณัฐพงษ์ กล่าว
เมื่อถูกถามว่ามองเป็นนัยทางการเมืองหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า คดี 44 สส. เป็นประเด็นที่ตนย้ำมาตลอดว่าเกี่ยวข้องกับหลักการใช้อำนาจนิติบัญญัติ และอาจเข้าข่าย “นิติสงคราม” ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
“ยิ่งมีการดำเนินการลักษณะนี้มากเท่าไร ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้ประชาชน และกระทบต่อความชอบธรรมของรัฐบาลเอง” นายณัฐพงษ์ กล่าว
ส่วนการเตรียมรับมือหากมีคำสั่งใดออกมาในช่วงอภิปราย นายณัฐพงษ์ ระบุว่า พรรคได้เตรียมพร้อมทุกสถานการณ์ไว้แล้ว แม้ในกรณีเลวร้ายที่สุดก็ยังสามารถเดินหน้าทำหน้าที่ต่อไปได้ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าศาลฎีกาจะพิจารณาอย่างเป็นธรรม.



















