”รุทธพล”ประสานทุกหน่วยงานตรวจสอบเข้มงวดผู้ประกอบการคลังน้ำมันเป้าหมายและเรือขนส่งน้ำมันมีพฤติการณ์ประวิงเวลาปฏิเสธจ่ายน้ำมันจากคลังน้ำมันขนาดใหญ่ และขนส่งน้ำมันออกนอกเส้นทางเพื่อกักตุน
เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 69 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วย พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน นายสมชาย รัตนสุภา ผู้อำนวยการกองตรวจสอบและปฏิบัติการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ร่วมแถลงข่าวกรณีตรวจสอบผู้ประกอบการคลังน้ำมันเป้าหมาย
พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ กล่าวว่า ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีเรื่องมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยได้ออกคำสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมาตรการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหน่วยงานในมิติทางด้านการปราบปราม ประกอบด้วย กระทรวงยุติธรรม โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศร.ชล.) และกรมเจ้าท่า ได้ติดตามตรวจสอบการดำเนินงานและพฤติการณ์ต่าง ๆ ของผู้ค้าน้ำมันทุกระดับ ตั้งแต่ต้นทางไปยังปลายทาง

โดยต้นทางกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นผู้ตรวจสอบ สำหรับปลายทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครองเป็นผู้ตรวจสอบ โดยได้รับการสนับสนุนข้อมูลจากกรมธุรกิจพลังงาน กรมสรรพสามิต กรมเจ้าท่า และกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้สนับสนุนข้อมูล ซึ่งสำหรับในวันนี้มีทั้งหมด 4 ภารกิจที่พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้นำทีมเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ของ จังหวัดระยอง จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดขอนแก่น ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีพฤติการณ์ที่แตกต่างกันออกไป

สำหรับมาตรการและนโยบายที่จะต้องเร่งดำเนินการในระยะนี้ยังคงให้ความสำคัญกับประเด็นสำคัญ ดังนี้
1. เพิ่มความเข้มงวดกวดขันกรณีการประวิงเวลาการขนส่งน้ำมันทางทะเลจากโรงกลั่นในประเทศ (เขตกทม., แหลมฉบัง,มาบตาพุด) ไปคลังน้ำมันขนาดใหญ่ริมทะเล (พื้นที่สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, เพชรบุรี, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี และสงขลา)
2. เพิ่มความเข้มงวดกวดขันกรณีการประวิงหรือปฏิเสธจ่ายน้ำมันจากคลังน้ำมันขนาดใหญ่ไปยังสถานีบริการหรือลูกค้าปลายทาง
3. เพิ่มความเข้มการกวดขันการขนส่งน้ำมันออกนอกเส้นทางเพื่อกักตุน
ซึ่งการดำเนินการตามมาตรการนี้ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้กล่าวมาแล้วตั้งแต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงพาณิชย์ กรมการปกครอง กรมธุรกิจพลังงาน กรมเจ้าท่าที่ได้ประสานและให้ความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชน
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ในชั้นนี้พบว่าแต่ละแห่งมีความผิดปกติ โดยเหตุที่ 1 พฤติการณ์รับน้ำมันจากคลังแล้วไม่เข้าปั๊ม กระทำผิดกฎหมายค้าน้ำมันพบที่จังหวัดอุดรธานี 1 เคส โดยในวันนี้มีรถจำนวน 2 คันไปส่งน้ำมันระหว่างทางที่จังหวัดขอนแก่นโดยขนถ่ายให้รถขนาดเล็ก และในส่วนที่ 2 พบคลังน้ำมันจดทะเบียนเป็นคลังน้ำมันเพื่อการจำหน่าย(ทั่วไป)เคยจดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมัน แต่ได้ยกเลิกการจดทะเบียนไป จากการตรวจสอบพบว่าทางคลังน้ำมันแห่งนี้มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันชนิดน้ำมันเชื้อเพลิงกับลูกค้าพบที่จังหวัดระยอง เหตุที่ 2 พฤติการณ์ประวิงเวลาจ่ายน้ำมันก่อนการประกาศขึ้นราคาพบที่จังหวัดปทุมธานี และเหตุที่ 3 พฤติการณ์รับน้ำมันเข้าคลังโดยรายงานข้อมูลเท็จต่อหน่วยงานรัฐพบที่จังหวัดสมุทรสาคร



















