คุณหญิงสุดารัตน์ชี้สงครามตะวันออกกลางเป็นสงครามที่ยืดเยื้อ ย้อนแย้ง และย่อยยับ ก่อตัวเป็น“สึนามิ”ที่จะกวาดเศรษฐกิจ และธุรกิจไทยราบเป็นหน้ากลอง
เมื่อวันที่ 10 เม.ย.69 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กว่า ”สึนามิ“ทางเศรษฐกิจของจริงกำลังจะมา ไทยจะเตรียมรับหายนะครั้งใหญ่ของโลกอย่างไร?
ในสายตาของดิฉันที่ผ่านวิกฤติของประเทศมาหลายครั้ง ดิฉันเห็นว่าวิกฤติครั้งนี้จะรุนแรงกว่าโควิด หรือวิกฤติต้มยำกุ้ง ที่เราเคยเจอมาหลายเท่า ถึงขั้นเป็น“สึนามิ”ที่จะกวาดเศรษฐกิจ และธุรกิจไทยราบเป็นหน้ากลอง ถ้าเราตั้งรับไม่ดี
สงครามครั้งนี้เป็น“สงครามที่ยืดเยื้อ ย้อนแย้ง และย่อยยับ”
“ยืดเยื้อ” คือแม้จะมีการหยุดยิงชั่วคราว เพื่อเปิดให้ทั้ง2ฝ่าย
เจรจากันที่กรุงอิสลามาบัด (Islamabad) ของปากีสถาน แต่การพูดคุยก็ไม่ง่าย เป็นการเจรจาที่เปราะบาง ด้วยเงื่อนไขที่ตกลงกันได้ยาก โดยเฉพาะประเด็นการถล่มเลบานอนของอิสราเอล และจากนี้โลกจะเสี่ยงต่อการก่อการร้ายเพื่อแก้แค้นอย่างต่อเนื่อง
“ย้อนแย้ง” คือการทำสงครามครั้งนี้ได้ฉีกทุกกฎกติกาของโลก
จนไม่รู้จะยึดหลักอะไร ยากที่จะคาดเดาสิ่งที่จะเกิดในอนาคต
“ย่อยยับ” คือโครงสร้างพลังงานที่ถูกทั้ง 2 ฝ่ายทำลายจนย่อยยับ บางแห่งต้องใช้เวลาซ่อมแซมนาน3-5ปี ส่งผลให้เศรษฐกิจทั้งโลกต้องย่อยยับอย่างยาวนาน
แม้ไทยจะอยู่ห่างไกลจากสนามรบ แต่เราได้รับผลกระทบอย่างสาหัส จาก
สึนามิเศรษฐกิจ ในครั้งนี้
สึนามิลูกแรก: วิกฤติราคาพลังงาน ทั้งนำ้มัน และก๊าซ
ซึ่งไทยได้รับผลกระทบหนักเพราะเรานำเข้าพลังงานจากอ่าวเปอร์เซียมากกว่าเพื่อนบ้าน
เราจะเข้าสู่ยุคนำ้มันและข้าวของ “แพงทั้งแผ่นดิน“ ซึ่งที่เห็นราคาที่แพงในขณะนี้ยังไม่ใช่ของจริง หลังสงกรานต์หรือภายในเดือนหน้าเราจะเจอกับของจริง ที่จะเป็นวิกฤติหนักมากสำหรับคนไทย และเศรษฐกิจไทย ราคานำ้มันที่ขึ้นทุก 1 บาท จะฉุด GDP ลง 0.04% และดันเงินเฟ้อขึ้น 0.32%
สึนามิลูกที่ 2: วิกฤติการขาดแคลนพลังงาน และสินค้าจากปิโตรเคมี ไทยเสี่ยงสูงมากต่อการขาดแคลนพลังงาน แม้จะหยุดยิงกันแล้ว เพราะโครงสร้างพลังงานเสียหายไปอย่างมาก ซึ่งจะเป็นการดับเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ และเรายังเสี่ยงที่จะขาดแคลนปุ๋ย ซึ่งหมายถึงจะกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของไทย และรายได้ของเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ รวมทั้งการขาดแคลนผลผลิตจากปิโตรเคมี
ซึ่งเป็นต้นทางของห่วงโซ่อุปทาน เช่นเม็ดพลาสติก ส่งผลกระทบหลายอุสาหกรรม เช่นบรรจุภัณฑ์ แต่ที่สำคัญที่สุดคือยารักษาโรค
“สึนามิ”ลูกนี้ใหญ่มาก รัฐบาลต้องไม่ประมาท ควรคิดแบบ worst case scenario หากสถานการณ์เลวร้ายสุด ถึงขั้น
สึนามิลูกที่2 ตามที่ดิฉันได้กล่าวข้างต้น รัฐบาลจะพาคนไทยให้รอดไปได้อย่างไร กำหนดแผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาวและประกาศให้ประชาชนทราบ
เพื่อจะได้ร่วมฟันฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน ด้วยความเข้าใจในสถานการณ์ที่แท้จริง
ระยะสั้น ที่รัฐบาลประกาศว่าจะปรับ โครงสร้างราคาพลังงาน ดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง และอยากให้ดำเนินการอย่างจริงจัง เพราะต่อจากนี้เราอาจจะหมดยุคที่ราคาพลังงานถูกอีกต่อไป ราคาพลังงานจึงควรจะเป็นธรรมกับประชาชน
-การช่วยเหลือแบบมุ่งเป้าเฉพาะกลุ่ม หรือ Targeted เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องทำให้“ทั่วถึง รวดเร็ว และเพียงพอ”ที่จะสามารถประครองชีวิตของพี่น้องที่เดือดร้อนให้พออยู่รอดได้อย่างแท้จริง
สิ่งรัฐบาลยังไม่ค่อยได้พูดถึง
แต่ดิฉันเห็นว่ามีความสำคัญมากคือ“การบริหารราชการในภาวะวิกฤติ” ที่รัฐบาลต้อง เตรียมความพร้อมหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ ที่รัฐบาลต้องรัดเข็มขัดสุดๆ ตัดงบประมาณรายจ่ายที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนของทุกกระทรวงออกทั้งหมด เช่น งบประมาณในการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่และถนน ซึ่งในปีนี้ตั้งงบประมาณไว้สูงถึงเกือบ 200,000 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาใช้เยียวยาประชาชน #คนตัวเล็ก เกษตรกร และธุรกิจขนาดเล็ก SMEsให้เพียงพอที่จะอยู่รอดในวิกฤตินี้ รวมทั้งจะได้สามารถยกเว้นการเก็บภาษีสรรพสามิตนำ้มัน ชั่วคราว เพื่อ“ลดราคานำ้มัน” ให้ประชาชนได้ ซึ่งเป็นมาตรการที่หลายประเทศทำ เช่นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย อินเดีย และเวียตนาม
ระยะกลางและยาว คือต้องปรับโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ของประเทศ ลดการพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิลให้มากที่สุด สนับสนุนประชาชน เกษตรกร และธุรกิจSMEs ให้สามารถเข้าถึงโซลาเซล ได้ง่าย ถูก และสามารถขายไฟฟ้าคืนให้รัฐได้
ปรับเปลี่ยนการขนส่งให้ใช้รถไฟและการขนส่งทางน้ำให้มากขึ้น รวมทั้งสนับสนุนการเปลี่ยนรถขนส่ง รถโดยสารชนิดต่างๆ ให้ใช้EV โดยอาจจะให้เป็นเงินสนับสนุนบางส่วน เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนมาใช้รถ EV
รวมทั้งสนับสนุนให้มีการผลิตรถ EV ในไทยให้มากขึ้น เป็นต้น
“ยุคแห่งความสงบสุขของโลก”ได้หมดไปแล้ว ต่อไปนี้โลกจะเต็มไปด้วยความผันผวน และความไม่แน่นอน (Uncertainty) โลกกำลังก้าวเข้าสู่
“ยุคที่ความมั่นคงเป็นปัจจัยสำคัญสุด” ทั้งความมั่นคงด้านความปลอดภัย พลังงาน อาหาร สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี ฯลฯซึ่งในวิกฤตินี้ ถ้าเราเข้าใจ มีวิสัยทัศน์ ปรับตัวเร็ว และบริหารเป็น เราจะอยู่รอดและสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้
สึนามิเศรษฐกิจ ครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ขอทุกท่านได้ตั้งรับด้วยสติ วางแผนการใช้ชีวิต และธุรกิจอย่างรอบครอบ
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน
รอดจาก“สึนามิเศรษฐกิจ”
ครั้งใหญ่นี้ไปด้วยกันนะคะ



















