สื่อจีนมองไทยพื้นฐานเศรษฐกิจแข็งแรง ชี้‘อนุทิน’มาเยือนยกระดับร่วมมือด้าน AI

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

สื่อจีนมองประเทศไทยมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และเป็นประตูสำคัญสู่ตลาดอาเซียน ชี้การเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้จะช่วยยกระดับความร่วมมือด้าน AIใน หลายมิติ

เมื่อวันที่ 18 ก.ค.69 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการติดตามการนำเสนอข่าวของสื่อสาธารณรัฐประชาชนจีนต่อการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่า สื่อจีนให้ความสำคัญกับ ศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และประตูเชื่อมโยงจีนกับภูมิภาคอาเซียน โดยมองว่าประเทศไทยมีจุดแข็งทั้งด้านเศรษฐกิจ ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ และศักยภาพของตลาด ซึ่งเอื้อต่อการยกระดับความร่วมมือด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างสองประเทศ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หนังสือพิมพ์ China Youth Daily วิเคราะห์ว่า ประเทศไทยมีพื้นฐานการพัฒนาเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง มีความต้องการใช้เทคโนโลยี AI ในหลายภาคส่วน ทั้งภาคการเกษตร การท่องเที่ยว การผลิต และบริการสุขภาพ ซึ่งล้วนมีศักยภาพในการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ พร้อมระบุว่า ประเทศไทยตั้งอยู่ในตำแหน่งศูนย์กลางของอาเซียน เป็นประตูสำคัญในการเชื่อมโยงจีนกับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นหนึ่งในประเทศเศรษฐกิจหลักของภูมิภาค

นอกจากนี้ สื่อจีนยังอ้างความเห็นของนักวิชาการจีนว่า การเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของนายกรัฐมนตรีไทยในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มน้ำหนักเชิงยุทธศาสตร์ให้กับความร่วมมือไทย–จีน ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อภาคธุรกิจว่า AI เป็นหนึ่งในทิศทางการพัฒนาที่สำคัญของประเทศไทย และอาจต่อยอดความร่วมมือด้าน AI ระหว่างไทยและจีนให้เป็นต้นแบบของความร่วมมือระหว่างจีนกับประเทศสมาชิกอาเซียนในอนาคต

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ควบคู่กับการพัฒนาทักษะบุคลากร การส่งเสริมการลงทุน และการประยุกต์ใช้ AI ในภาคเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับผลิตภาพ และสร้างโอกาสใหม่ให้กับภาคธุรกิจและประชาชน การที่สื่อและนักวิชาการจีนสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางความร่วมมือด้าน AI และประตูสู่ตลาดอาเซียน จึงสะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อบทบาทของไทยในเวทีภูมิภาค และเป็นแรงสนับสนุนให้รัฐบาลเดินหน้าความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมกับประเทศคู่ค้าอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป” นางสาวลลิดา กล่าว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img