รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติราชการใน จ.นครพนม กำชับทุกหน่วยงานทำงานเชิงรุก เข้าถึงประชาชนก่อนเกิดปัญหา สั่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเร่งสำรวจและขยายระบบไฟฟ้ารองรับการขยายตัวของชุมชน พร้อมเดินหน้าต่อยอดสินค้า OTOP เชื่อมกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ดึงคนรุ่นใหม่เสริมการตลาดออนไลน์ ผลักดันเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง
เมื่อวันที่ 19 ก.ค.69 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติราชการอย่างต่อเนื่องในพื้นที่อำเภอนาหว้า และอำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม พร้อมกำชับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยให้เร่งดำเนินงานเชิงรุก เข้าถึงประชาชน และแก้ไขปัญหาก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน
นายพลพีร์ได้มอบนโยบายแก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครพนม ให้เร่งสำรวจและขยายระบบจำหน่ายไฟฟ้าเพื่อรองรับการขยายตัวของที่อยู่อาศัยและพื้นที่การเกษตร โดยไม่ต้องรอให้ประชาชนเป็นผู้ยื่นคำร้อง พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดลงพื้นที่รับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที
“การบริการประชาชนด้วยหัวใจ คือหน้าที่ของคนมหาดไทย” นายพลพีร์กล่าว
นายพลพีร์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว การให้บริการของภาครัฐจำเป็นต้องปรับรูปแบบการทำงานให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยต้องทำงานเชิงรุกและวางแผนล่วงหน้า เพื่อรองรับการเติบโตของจังหวัด สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกพื้นที่
นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังชื่นชมการดำเนินงานของกลุ่มพัฒนาชุมชนที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ พร้อมมอบนโยบายให้เชื่อมโยงการทำงานระหว่างกลุ่มพัฒนาชุมชนกับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เพื่อร่วมกันต่อยอดผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เกิดห่วงโซ่มูลค่าที่ครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ การทำตลาด และการจำหน่าย
พร้อมกันนี้ ยังเสนอให้เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่และผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อผลักดันสินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นออกสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างรายได้ที่กระจายสู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
นายพลพีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเร็ว ๆ นี้ กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) จะเปิดโครงการอบรมเพื่อยกระดับศักยภาพกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอย่างเป็นทางการ โดยมุ่งพัฒนาองค์ความรู้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งในประเทศและระดับโลก เพื่อให้กองทุนเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการชุมชน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศในระยะยาว



















