‘ณัฐพงษ์-พิจารณ์’ น้อมรับผลเลือกตั้ง อบจ.นนทบุรี ชี้คะแนนนิยมพรรคไม่ลด แต่คนใช้สิทธิ์น้อย-สื่อสารไม่ทัน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“พรรคประชาชน” ยอมรับความพ่ายแพ้ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี แม้กวาด สส. ยกจังหวัด เผยสัดส่วนคะแนนนิยมยังมั่นคง แต่เจอโจทย์ใหญ่คนออกมาใช้สิทธิ์ฮวบเหลือ 35% ประชาชนไม่รู้ข่าวสารและข้อจำกัดเรื่องเวลาหาเสียง ชี้ความต่างชัดเจนระหว่างสนามใหญ่ที่อยากเปลี่ยนรัฐบาลกับสนามท้องถิ่นที่ยังเข้าไม่ถึงใจประชาชน

วันที่ 21 ก.ย.2569 เวลา 10.20 น.ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงผลเลือกตั้งนายกอบจ. นนทบุรี ที่พรรคประชาชนแพ้ แม้จะชนะได้ สส. ทั้ง 8 เขต สะท้อนอะไรบ้าง ว่า ถ้าดูสัดส่วนคะแนน หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของที่ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ช่องว่างคะแนนลดลง พวกเรา ในฐานะการเมือง ผลการเลือกตั้งเป็นแบบไหนเราก็ต้องยอมรับแบบนั้น หากฟังการแถลงของนายเดชรัต สุขกำเนิด เป็นช่วงเวลาหาเสียงที่สนุก ตัวนายเดชรัต ตน และทีมงาน ได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ จากการหาสิ่งที่ผ่านมา ถ้าสังเกตเวลาไปปราศรัยย่อยพบประชาชน ก็จะมีการนำเสนอนโยบายเพิ่มจาก 20 นโยบายที่ใช้ในการหาเสียง สาระสำคัญ ตนและพรรคประชาชนมาทำงานการเมืองเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง สื่อสารวิธีคิดชุดนโยบาย ที่ต้องการนำเสนอต่อประชาชน ผลที่ออกมา แม้จะน้อมรับ แต่ตรงกันข้ามถ้าไม่ส่งผู้สมัครเราจะเสียใจมากกว่านี้ เหตุผลที่ส่งลงสนามเพื่อวัตถุประสงค์ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ส่วนคะแนนการเลือกตั้งครั้งนี้ เพิ่มขึ้น หรือลดลงจากครั้งก่อน นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับคนที่ออกมาใช้สิทธิ ช่องว่างถือว่าน้อยลง ส่วนเป็นเพราะมีผู้สมัครจำนวนมากทำให้คะแนนกระจายหรือไม่ ตนไม่อยากบอกว่าเป็นปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง มันคงมีหลายปัจจัย แต่ตัวเลขที่เห็นได้ชัดคือคนออกมาใช้สิทธิ์น้อยลงจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด และความจริงเป็นหน้าที่ของทุกพรรคการเมือง และผู้สมัครที่จะช่วยกันรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ให้มากที่สุด

เมื่อถามว่า พรรคประชาชนจะทำอย่างไร กับผลการเลือกตั้ง เพราะล่าสุดการเลือกตั้งนายกอบจ. ราชบุรี ที่ตั้งเป้าว่าจะได้เก้าอี้ แต่ก็แพ้ รวมถึงล่าสุด ขณะที่ สส. ได้ยกจังหวัดแต่การเลือกตั้งท้องถิ่นแพ้จะแก้ไขอย่างไร นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค กล่าวว่า หากดูการเลือกตั้งแต่ปี 2566 ในรอบพรรคก้าวไกล ต่อเนื่องมาจนถึงการเลือกตั้ง และจังหวัดนนทบุรีปี 2568 และการเลือกตั้งใหญ่ ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2569 ถ้าดูสัดส่วนคะแนนดิบ พรรคได้รับ 4 การเลือกตั้งที่ผ่านมา ความนิยมของพรรคไม่ได้ลดลง และสัดส่วนกลับเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ ส่วนประเด็นการเลือกตั้งนายก อบจ. นนทบุรี ต้องยอมว่าผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยหากเทียบการเลือกตั้ง นายก อบจ. นนทบุรี เมื่อปี 2568 คนใช้สิทธิ์ 41% แต่เมื่อวานนี้ 35% ตัวเลขลดลงน่าตกใจมาก ซึ่งประชาชนอาจจะไม่ได้รับรู้ว่ามีการเลือกตั้ง

ส่วนวิธีคิดในการเลือกตั้งใหญ่ และการเลือกตั้งท้องถิ่น อาจมีวิธีคิดที่แตกต่างกัน เลือกตั้งใหญ่ ประชาชนรู้สึกอยากเปลี่ยนรัฐบาล อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ก็ออกมาใช้สิทธิ์ค่อนข้างมาก ขณะที่การเลือกตั้งท้องถิ่น อาจจะไม่ทราบว่ามีการเลือกตั้ง  รวมถึงรู้สึกว่าการเลือกตั้งระดับอบจ. มีผลต่อชีวิตประจำวันอย่างไร อยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงมากเท่าระดับชาติหรือไม่ จึงทำให้คนออกมาใช้สิทธิ์น้อยตาม หากถามถึงความนิยมของพรรค ต้องบอกอย่างตรงไปตรงมา ว่าในเชิงสถิติไม่ได้ลดลง แต่โจทก์คือจะทำอย่างไร ให้ประชาชนรู้ว่าการเลือกตั้งท้องถิ่น มีผลต่อการใช้ชีวิตของเขา ทุกวันที่เดินหาเสียงตลอด 31 วัน แม้กระทั่งวันสุดท้ายยังพบว่ามีประชาชนที่สนับสนุนพรรค แต่เพิ่งจะทราบว่าจะมีการเลือกตั้งนายกอบจ. ตรงนี้เป็นโจทก์ใหญ่ ในการสื่อสาร ซึ่งก็มีการสื่อสารหลายรูปแบบกับประชาชน อาจจะทำให้ประชาชนเข้าไม่ถึง ไม่ทราบว่าจะมีการเลือกตั้ง

เมื่อถามว่าตัวบุคคลมีผล ต่อการเลือกตั้งหรือไม่เพราะนายเดชรัต เป็นผู้สมัครคนใหม่ แต่หากใช้ผู้สมัครคนเดิมประชาชนจะจำได้ เพราะเคยเป็นผู้สมัคร นายพิจารณ์ กล่าวว่า การคัดสรรตัวบุคคลรอบนี้ พรรคพยายามเลือกเฟ้นคนที่มีความพร้อมครบทุกด้าน และนายเดชรัต เป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในนนทบุรีมาโดยตลอด และเป็นมันสมองเป็นกระดูกสันหลังหลักในการคิดนโยบายของพรรคมาโดยตลอด จึงเชื่อว่าเป็นหนึ่งในหลายคนที่มีความพร้อม ในการลงเลือกตั้งครั้งนี้ ยืนยันว่า บุคคลที่เราคัดสรรมาดีที่สุดสำหรับประชาชน แต่โจทก์คือจะทำอย่างไรในการเลือกตั้งครั้งต่อไป โดยเฉพาะการเลือกตั้งท้องถิ่น ในเรื่องของเวลาเพื่อให้ประชาชนรับรู้

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img