วิปรัฐบาลเตรียมเคาะวันอภิปรายไม่ไว้วางใจธันวาคมนี้ วางกรอบซักฟอก 4 วัน 6-10 ธ.ค.หรือ 7-10 ธ.ค.เต็มพ่วงลงมติอีก 1 วัน เล็งเป้าวันที่ 10 หรือ 11 ธันวาคม พร้อมส่งสัญญาณท้าทายฝ่ายค้านงัดหลักฐานจริงโชว์สภา ยันนายกฯ และ ครม. พร้อมชี้แจงทุกข้อกล่าวหา
วันที่ 28 ตุลาคม 2569 เวลา 09.40 ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (ประธานวิปรัฐบาล) เปิดเผยความคืบหน้าการจัดสรรวันอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนธันวาคมนี้ โดยระบุว่า คณะรัฐมนตรีได้แจ้งช่วงเวลาที่สะดวกมายังสภาตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งวิปรัฐบาลได้ประสานงานกับประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อนัดประชุมวิปร่วม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย คณะรัฐมนตรี ฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ภายในสัปดาห์นี้ หรืออย่างช้าไม่เกินวันพฤหัสบดี เพื่อสรุปกรอบวันและเวลาที่ชัดเจนจากการหารือเบื้องต้นระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านใน 2 ครั้งที่ผ่านมา มีความเห็นตรงกันว่าจะกำหนดวันอภิปรายรวม 4 วันเต็ม และลงมติอีก 1 วัน โดยกรอบวันอภิปรายมี 2 แนวทาง คือ ระหว่างวันที่ 6–9 ธันวาคม และลงมติวันที่ 10 ธันวาคม หรือ ระหว่างวันที่ 7–10 ธันวาคม และลงมติวันที่ 11 ธันวาคม ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมีความสะดวกทั้งสองช่วงเวลา แต่เนื่องจากวันที่ 6 ธันวาคม ตรงกับวันอาทิตย์ ซึ่งหากหลีกเลี่ยงวันเสาร์-อาทิตย์ได้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย จึงต้องนำเข้าหารือในที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายว่าฝ่ายค้านหรือสภาจะติดขัดในจุดใดหรือไม่
นายกรวีร์ กล่าวว่า สำหรับกรอบเวลาการซักฟอก โดยปกติการประชุมสภาจะเริ่มตั้งแต่เวลา 09:00 น. ถึง 24:00 น. หรือประมาณ 15 ชั่วโมงต่อวัน รวม 4 วัน จะอยู่ที่ประมาณ 60 ชั่วโมง ซึ่งจะต้องจัดสรรเวลาอย่างเหมาะสมให้ฝ่ายค้านได้ซักถาม และคณะรัฐมนตรีได้ตอบชี้แจง ขณะเดียวกัน พรรคกล้าธรรมได้ยืนยันสิทธิ์ขออภิปราย เนื่องจากปัจจุบันไม่มีตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี รวมถึงตำแหน่งประธานและรองประธานในสภา จึงมีสถานะเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งเวลาในการอภิปรายของพรรคกล้าธรรมจะต้องตัดจากโควตาเวลาของฝ่ายค้าน เนื่องจากฝ่ายรัฐบาลจัดสรรเวลาเฉพาะการตอบคำถามของคณะรัฐมนตรีเท่านั้น ไม่ได้จัดเวลาให้ สส. ฝ่ายรัฐบาลอภิปราย
ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ยืนยันว่าคงไม่มีการตั้งทีมองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรีแต่อย่างใด โดยมองว่าการกล่าวหาเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้าน และ สส. ฝ่ายรัฐบาลพร้อมจะอดทนฟังโดยไม่ลุกขึ้นประท้วงซ้ำซาก เว้นแต่จะมีการพาดพิงบุคคลภายนอกให้เกิดความเสียหาย หรือกล่าวหาพรรคการเมืองนอกเหนือการบริหารงานของคณะรัฐมนตรี ซึ่ง สส. มีสิทธิ์ประท้วงเพื่อควบคุมการประชุมให้อยู่ในกรอบข้อบังคับสภา นอกจากนี้ ได้ชี้แจงถึงความพร้อมของนายกรัฐมนตรีในการมาตอบชี้แจงสภาว่า นายกรัฐมนตรีมีความพร้อมตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา และไม่ได้มีความกังวลในการมาตอบคำถามในสภาแต่อย่างใด โดยได้ทำการบ้านและเตรียมข้อมูลร่วมกับคณะรัฐมนตรีไว้พร้อมตอบทุกข้อกล่าวหา สำหรับการตอบกระทู้ถามสดในสภานั้น ในสัปดาห์นี้มี 3 กระทู้ ซึ่งมีรัฐมนตรีเดินทางมาตอบครบทั้ง 3 กระทู้ ส่วนนายกรัฐมนตรีมีภารกิจค่อนข้างแน่นในวันพฤหัสบดี การมอบหมายให้รัฐมนตรีที่กำกับดูแลโดยตรงมาตอบกระทู้จะทำให้ประชาชนได้ประโยชน์และทราบรายละเอียดที่ชัดเจนมากกว่า
“อยากเห็นการตรวจสอบที่เข้มข้น และขอท้าทายฝ่ายค้าน ข้อกล่าวหาที่เคยบอกว่าเป็นบันเทิงอธิปไตย ให้ใช้โอกาสนี้นำหลักฐานที่ชัดเจนมาแสดงต่อสภาและประชาชน การทำหน้าที่ต้องเป็นไปด้วยเนื้อหาสาระ ไม่ใช่มีแต่คำกล่าวหาลอยๆ ที่ได้แค่ความสนุกหรือสะใจ แต่ไม่ได้ประโยชน์กับใคร เพื่อช่วยกันตรวจสอบและขันน็อตฝ่ายบริหาร”
ขณะที่ประเด็นทิศทางการโหวตหรือการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคกล้าธรรมกับพรรคภูมิใจไทยในอนาคตนั้น นายกรวีร์ กล่าวยืนยันว่ายังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงในขณะนี้ เนื่องจากต้องให้เกียรติสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการรับฟังข้อมูลการอภิปรายของฝ่ายค้านและคำชี้แจงของรัฐมนตรีก่อนลงมติ



















