“เทพไท” จับสัญญาณ “อนุทิน” เกทับ “พรรคฝ่ายค้าน” ขู่ชัดๆ ถ้ายื่นซักฟอก ม.151 ยุบสภาทันที เพราะ “ภท.” มีความพร้อมมากสุด ถึงขั้นประกาศ 3 แคนดิเดตนายกฯเป็นพรรคแรก ขณะที่พรรคอื่นๆ ยังไม่มีใครประกาศเลย
เมื่อวันที่ 20 พ.ย.68 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีต สส.นครศรีธรรมราช แสดงความเห็นเรื่อง “อนุทิน เกทับพรรคฝ่ายค้าน” มีรายละเอียดว่า…“ผมเห็นข่าวการให้สัมภาษณ์ทางการเมืองของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พอจะจับสัญญาณได้ว่า นายอนุทินต้องการจะส่งสัญญาณทางการเมือง ไปยังพรรคฝ่ายค้านที่มีการเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลชุดนี้ โดยการขู่ว่า จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
นายอนุทินจึงออกมาท้าทาย และพูดถึงความพร้อมของพรรคภูมิใจไทยให้พรรคฝ่ายค้านได้รู้ว่า ถ้ายุบสภาวันนี้ พรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมมากที่สุด ส่วนพรรคฝ่ายค้านที่อยากจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีความพร้อมหรือไม่ โดยเห็นจากปรากฏการณ์ที่ออกมาจากการให้สัมภาษณ์ของนายอนุทิน 3 ข้อ คือ
1.นายอนุทิน บอกว่า เคยได้ประกาศว่า จะยุบสภาไม่เกินวันที่ 31 ม.ค.69 ส่วนจะก่อนหน้านี้หรือไม่ อยู่ที่การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ถ้าถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 จะชี้แจงดีขนาดไหน ก็แพ้โหวตอยู่ดี ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็จะยุบสภาทันที เพราะอำนาจอยู่ในมือของตัวเอง แต่ถ้าต้องการจะพิสูจน์จะตรวจสอบกัน ต้องการให้รัฐบาลตอบคำถามฝ่ายค้าน ก็ต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 152 โดยไม่ต้องลงมติ รัฐบาลไม่หนีการอภิปรายแน่นอน แต่ถ้าหากว่าญัตติตามมาตรา 151 ก็จะยุบสภาทันที
2.นายอนุทินประกาศความพร้อมทางการเมือง เป็นพรรคการเมืองแรก ที่ประกาศแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครบ 3 คน คือ 1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล 2.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส 3.นางศุภจี สุธรรมพันธ์ ในขณะที่พรรคการเมืองอื่น ยังไม่มีการประกาศแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเลย แสดงให้เห็นว่า พรรคภูมิใจไทยพร้อมเลือกตั้งทุกเมื่อ พร้อมแม้กระทั่งคนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี
3.นายอนุทินตอบคำถามเรื่อง กรณีดึงบ้านใหญ่และกลุ่มการเมืองสำคัญ เพื่อเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย อย่างน้อย 2 จังหวัด คือจังหวัดชลบุรี “บ้านใหญ่คุณปลื้ม” และจังหวัดสุพรรณบุรี “บ้านใหญ่คุณวราวุฒิ ศิลปอาชา” ซึ่งนายอนุทินได้ตอบรับว่า ให้รอดูวันอาทิตย์นี้
แสดงให้เห็นว่า การเคลื่อนไหวทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ พรรคภูมิใจไทยต้องการจะส่งสัญญาณให้ประชาชนเห็นว่า เป็นพรรคการเมืองเดียวที่มีความพร้อม และพร้อมจะเข้าสู่สนามเลือกตั้ง และมีความได้เปรียบกว่าพรรคการเมืองอื่นทุกพรรค รวมทั้งเป็นการวัดใจกันว่า ฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทย ที่ประกาศจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 กล้าที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ เพราะถ้ายื่นญัตติอภิปรายฯ ก็ถูกรัฐบาลประกาศยุบสภาตอบโต้ทันที พรรคเพื่อไทยพร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้งแล้วหรือยัง ในขณะที่ผู้นำจิตวิญญาณอย่างนายทักษิณ ชินวัตร ถูกกระหน่ำโดยคดีใหญ่ 2 คดี
ในส่วนของพรรคประชาชน แม้ว่าจะแสดงความพร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้งมาโดยตลอด แต่สิ่งที่ยังลังเลของพรรคประชาชน คือต้องการที่จะให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จด้วย จะต้องชั่งน้ำหนักว่า การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 เสี่ยงหรือคุ้มค่าหรือไม่ กับการแลกญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคประชาชนต้องการได้ผลงานจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปอธิบายกับสังคมว่า พรรคประชาชนไม่ได้โหวตกับนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีแบบฟรี ๆ อย่างน้อยก็มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญติดไม้ติดมือมาด้วย
เพราะฉะนั้นเกมการเมืองจากนี้ไป อยู่ที่ 3 พรรคการเมืองใหญ่ คือพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน ว่าพรรคใดจะชิงความได้เปรียบ เดินเกมการเมืองได้เฉียบคม และสามารถคุมเกมการเมืองได้มากกว่ากัน”






































