กพท. สนับสนุนการใช้โดรนทางการแพทย์ (Medical Drone) เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพในพื้นที่ห่างไกล ภายใต้การกำกับดูแลด้านความปลอดภัยด้านการบิน
พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า โครงการปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับทางการแพทย์ (Medical Drone) เป็นความร่วมมือระหว่าง กพท. สธ. กสทช. และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อนำอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aircraft Systems : UAS) มาประยุกต์ใช้ในการขนส่งยา เวชภัณฑ์ และสิ่งส่งตรวจทางการแพทย์ เพิ่มการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล พื้นที่ภูเขาสูง และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ พร้อมเปิดตัว SkyBridge แพลตฟอร์มบริหารจัดการขนส่งทางการแพทย์ทางอากาศอัตโนมัติ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผน ควบคุม และติดตามภารกิจการบินแบบเรียลไทม์

กพท. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลการบินพลเรือนของประเทศ ได้สนับสนุนโครงการ ด้วยการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและพิจารณาอนุญาตการปฏิบัติการบินของอากาศยานไร้คนขับที่อยู่นอกเหนือเงื่อนไขการบินทั่วไป เพื่อให้การทดสอบและปฏิบัติการเป็นไปอย่างปลอดภัย ถูกต้องตามกฎหมาย และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ใช้น่านฟ้าและประชาชน พร้อมส่งเสริมการนำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับมาใช้ประโยชน์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล เพิ่มประสิทธิภาพการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินและภัยพิบัติ สอดคล้องกับนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ในการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางของประชาชน โดยทุกภารกิจจะต้องอยู่ภายใต้กรอบการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อให้การใช้เทคโนโลยีใหม่เกิดประโยชน์สูงสุดควบคู่กับการรักษามาตรฐานความปลอดภัยการบินของประเทศ

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนการบูรณาการระหว่างภาครัฐและเอกชนในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับเพื่อยกระดับระบบสาธารณสุข เพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ของประชาชน และเป็นต้นแบบสำหรับการขยายผลสู่พื้นที่อื่นทั่วประเทศต่อไป
ทั้งนี้ ภายในงานมีการสาธิตการบินโดรนทางการแพทย์ 2 รูปแบบ ภายใต้ “ปัวโมเดล” ได้แก่ การส่งยาสำหรับผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) จากสนามกีฬาพญาผานอง ไปยังลานชุมชนบ้านร้องแง และบินกลับเพื่อนำส่งตัวอย่างทางการแพทย์ ระยะทางไป-กลับ 4 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 3.5 นาที เร็วกว่าการขนส่งทางบกที่ใช้เวลา 7 นาที

โมเดลภัยพิบัติขั้นวิกฤต (Disaster Response Model) ขนส่งยาไปยังพื้นที่ห่างไกลที่เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด ผ่านภูเขาสูงชัน หน้าผา และป่าทึบ จากสนามกีฬาพญาผานอง ไปยัง สนามบาสเกตบอล โรงเรียนบ้านน้ำปัว และบินกลับเพื่อนำส่งตัวอย่างทางการแพทย์ ระยะทางไป–กลับ 46 กิโลเมตร ใช้เวลาเพียง 35 นาที เร็วกว่าการขนส่งทางบกที่ต้องใช้เวลาเดินทางนานกว่า 2 ชั่วโมง



















