ความคืบหน้าคดีใหญ่ กรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ไชยชนก ชิดชอบ กล่าวในสภาฯ ว่า ได้รับข้อเสนอ “เงินสินบน” 40 ล้านบาทต่อเดือน จากบุคคลที่ใช้ชื่อว่า “บอสคิว” กับ “ฉัตรมงคล” เพื่อแลกกับการไม่ปราบปราม เว็บไซต์พนันออนไลน์ 4,000 เว็บไซต์ ในช่วงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ครม.อนุทิน 1 เมื่อเดือน ต.ค.2568
ล่าสุด คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดห้องประชุมรับฟังการชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามการดำเนินคดีเชิงรุก และจากการเข้าร่วมชี้แจงของหน่วยงานปราบปรามและสืบสวนสอบสวนหลายฝ่าย สามารถสรุปสถานะความคืบหน้าของคดีได้ดังนี้
กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ได้เชิญตัว “บอสคิว” ทายาทเจ้าของธุรกิจกาสิโนและธุรกิจน้ำมันในประเทศไทยมาสอบปากคำ โดยเจ้าตัวปฏิเสธว่าไม่ใช่บุคคลที่ปรากฏในข่าวเสนอสินบน ไม่เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน และไม่เคยไปยังสถานที่ที่มีการเสนอสินบน โดยขณะนี้ตำรวจไซเบอร์อยู่ระหว่างขยายผลหาความเชื่อมโยงไปยังบุคคลและเว็บพนันอื่น ๆ
สำหรับกรณีการเสนอสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ ถือเป็นความผิดมาตรา 144 พ.ร.ป.ป.ป.ช. ฐานติดสินบนเจ้าพนักงาน ขณะนี้ทางตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐาน และส่งสำนวนสอบสวนไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายแล้ว พร้อมสืบสวนขยายผลเส้นทางการเงินต่อไป
ด้านตัวแทนจาก ป.ป.ช. ยืนยันได้รับสำนวนคดีทั้งหมดแล้วและกำลัง อยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ขณะที่ ปปง. และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ระบุว่า ยังไม่ได้รับรายชื่อและที่อยู่เว็บไซต์ (URL) ของเว็บพนัน 4,000 แห่งอย่างครบถ้วน จึงทำให้ ปปง. ยังไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินของเว็บไซต์ดังกล่าวได้
เบื้องต้น ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้ให้ข้อเสนอแนะแก่ตำรวจ เร่งสืบสวนบุคคลรอบข้างที่เกี่ยวข้องกับ “บอสคิว” และ “ฉัตรมงคล” เพิ่มเติม พร้อมทั้งมีมติสำคัญ อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ ออกหนังสือเรียก “ไชยชนก ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้ง “วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เข้าแถลงข้อเท็จจริง ในวันที่ 17 ก.ย.69
แต่ปรากฎว่าพอถึงวันนัดชี้แจงกรรมาธิการ (17 ก.ย.) ไชยชนก ชิดชอบ อ้างว่าไม่สามารถมาชี้แจงได้เนื่องจากติดภารกิจ แต่ได้มีการมอบปลัดกระทรวงดีอีมาชี้แจงแทน ซึ่งที่ผ่านมา กมธ. ได้เชิญมาประชุมไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งแล้ว และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 ส่วน วรศิษฎ์ รมช.มหาดไทย แจ้งว่าจะมาให้ข้อมูลด้วยตัวเอง แต่อาจมาช้าหน่อย

ทำเอา รังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ.กฎหมายฯ ถึงกับหัวร้อน กล่าวว่า การมอบปลัดกระทรวงดีอีมาจะแตกต่างอย่างไร กับการพิจารณาก่อนหน้านี้ ที่มีตัวแทนมาหลายครั้ง เนื่องจากเรื่องนี้ประเด็นสินบน 40 ล้าน เป็นเรื่องเฉพาะตัวมากๆ เพราะเป็นการพูดในสภาของรัฐมนตรี และมีการกล่าวอ้างถึงหลายบุคคลที่ดำเนินการออกไปเป็นทอด ๆ
ดังนั้น จึงไม่ค่อยแน่ใจว่าท่านรัฐมนตรีดีอี เข้าใจปัญหาประเด็นเรื่องนี้หรือเปล่า เพราะการมอบหมายให้บุคคลอื่นมาชี้แจง ก็ไม่มีความสามารถในการตอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ได้ และในแง่ข้อเท็จจริงของข้อมูล เราเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตกลงข้อความจริงของเรื่องนี้คืออะไร เพราะมีทั้งเรื่องเว็บพนัน ที่จะไปติดสินบนรัฐมนตรี และจ่ายกันเดือนละ 40 ล้านบาท จริงหรือไม่
หากเรื่องนี้ไม่จริงเป็นแค่การยกเมฆ ยกคำอ้างลอย ๆ สร้างข้อมูลเท็จ โดยรัฐมนตรีดีอีแล้วใช้พื้นที่สภาเป็นโฆษณาชวนเชื่อ แต่หารู้ไม่ว่าการพูดในลักษณะดังกล่าว มาพร้อมหน้าที่ในการทำตามกฎหมายเพื่อจัดการเรื่องเหล่านี้ หากปรากฏว่าไม่มีข้อเท็จจริงใด ๆเลย ก็ไม่ต่างอะไรกับการพูดโกหก ซึ่งจะมีปัญหาแน่ ๆ ในทางกฎหมายที่จะตามมา
ขณะนี้ กมธ.กฎหมาย จะได้เร่งแสวงหาข้อเท็จจริง ไม่อยากรีบสรุปว่าตกลงแล้วเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร จากการชี้แจงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานอื่นๆ จนถึงตอนนี้ ทาง กมธ.กฎหมายได้ข้อมูลมากพอสมควร เพื่อดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป ให้เกิดความกระจ่างขึ้นในที่สุด

แต่ล่าสุด ในช่วงบ่ายวันที่ 17 ก.ย. ปรากฎว่า ไชยชนก เดินทางเข้าชี้แจงกับ กมธ.กฎหมายฯ ว่า ตอนนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอยู่แล้ว เราได้มอบข้อมูลและแจ้งไปตั้งแต่ปีที่แล้วใน กมธ.ของนายรังสิมันต์ โรม ที่มีการขอข้อมูลเรื่องการดำเนินการของทางกระทรวงในการปิดเว็บพนันต่างๆ
นักข่าว เลยถามว่าบุคคลที่เสนอเงิน 40 ล้านบาทมีตัวตนจริงหรือไม่ ไชยชนกยืนยันว่าข่าวสารที่มาถึงตนตอนนั้น จริงๆ เป็นการเตือนโดย วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ หรือ โกแพ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นรัฐมนตรี
“โดยบอกว่า พี่ระวังเรื่องพวกนี้นะ เพราะเขามีการพูดถึงเรื่องนี้อยู่ ผมรู้ว่าพี่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว เลยเป็นเหตุที่ผมขึ้นมาและพูดว่ามีการสั่งการให้ปลัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบภายในกระทรวงก่อน ว่าที่ผ่านมามีการกระทำแบบนี้ในกระทรวงหรือไม่ ทำไมถึงกล้าที่จะหาแนวทางเข้าถึงตัวของผมในรูปแบบนี้ เพื่อตัดปัญหาและแสดงจุดยืนที่ชัดเจนก็เลยขึ้นไปพูดกลางสภา”
ขณะที่ วรศิษฎ์กล่าวว่า เราได้รับข้อมูลมา ก็นำเรื่องแจ้งให้กับคนที่เกี่ยวข้อง เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่ต้องมาคุยกับเราอยู่แล้ว เพราะผิดกฎหมาย ดังนั้น ต้องแจ้งให้มีการดำเนินคดีทางกฎหมาย ยืนยันว่าข้อเท็จจริงมีแค่นั้น ซึ่งตนตั้งใจจะมาชี้แจงกับทางกรรมาธิการทุกครั้งจะได้สิ้นข้อสงสัย และยินดีให้ความร่วมมือเพราะเราไม่มีอะไรปิดบัง
………….
คอลัมน์ : The Key Reported by Fah kham-ram



















