เปิดแผล“พรรคส้ม”ก่อนศึกซักฟอก!! “ขาดวุฒิภาวะ-มีปมร้าว”…ส่อวืดเป้า

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ยังถูกวิจารณ์อย่างต่อเนื่อง กับบทบาทของ “พรรคประชาชน” (ปชน.) ในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้าน ทั้ง ๆ ที่กำลังจะทำศึกใหญ่  เปิด อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ภายใต้การนำของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กำหนดผู้ถูกอภิปรายไว้ถึง 18 คน ซึ่งหลังปรากฏเป็นข่าวออกไป ก็มีเสียงวิจารณ์ใน “ทางลบ” เกิดขึ้นทันที ถูกมองว่า มุ่งหวังเหวี่ยงแห ขาดจุดโฟกัสที่ทำให้ประชาชน ต้องให้ความสนใจ และอยากติดตามแบบใจจดใจจ่อ 

แม้พยายามจะนำประเด็น “ฮั้ว สว.” ที่พาดพิงไปถึง นายกฯ และรัฐมนตรีหลายคน แต่ก็อาจถูกโต้แย้งจาก “พรรคภูมิใจไทย” (ภท.) อ้างเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยกคำร้องในประเด็น กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ภท. เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. แม้จะมีการยื่นคำร้องไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ให้ตรวจสอบมติ กกต. แต่ก็ยังไม่มีบทสรุปว่า ศาลจะรับไว้พิจารณาหรือไม่ ทางรัฐมนตรีที่ถูกพาดพิง ในระหว่างอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาจไม่ชี้แจงก็ได้ โดยอ้าง กกต.ได้วินิจฉัยไปแล้ว หรือเรื่องอยู่ในการพิจารณาของศาลฎีกา ดังนั้นเรื่องที่คิดว่า จะเป็นจุดตาย อาจกลายเป็นเสียเวลาเปล่า

นอกจากนี้การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่กำหนดไว้ระหว่างวันที่ 7-11 ธ.ค.69  ก็เป็นช่วงเวลาหลายคนมองว่า ไม่เหมาะสม กับการทำกิจกรรมทางการเมือง นอกจากจะมีวันหยุดหลายวัน ยังเป็นเดือนสุดท้ายของปี ที่หลายครอบครัวกำลังวางแผนในการเดินทางไปท่องเที่ยว หรือกลับภูมิลำเนาเดิม รวมทั้งหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยังมีพระราชพิธีที่มีความสำคัญยิ่ง ที่จะต้องมีการดำเนินการ การหวังนำประเด็นที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไปขยายผลต่อ อาจไม่ทำให้รัฐบาล ได้รับผลกระทบมากนัก แม้จะนำเรื่องไปยื่นให้องค์กรอิสระตรวจสอบต่อ ตามยุทธการโรยเกลือ ที่พรรคส้มได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ แต่ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร อาจทำให้สังคมลืมไปแล้วก็ได้

จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่จะถูกวิจารณ์ว่า ฝ่ายค้านหลงเหลี่ยม-แพ้เกมรัฐบาล ในเรื่องการกำหนดวันซักฟอก ทั้งที่ต้องการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงต้นเดือนพ.ย. หวังจะใช้เวลาอภิปราย 5 วัน แต่ก็ได้โอกาสทำหน้าที่เพียง 4 วัน

นั่นหมายความว่า การเดินเกมภายใต้กลไกรัฐ ผ่านทางคณะกรรมการประสานงาน (วิป) ของแต่ละฝ่าย วิปรัฐบาลเหนือชั้นกว่าฝ่ายค้าน ทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เกิดขึ้นในช่วงปลายปี และได้วันซักฟอกเพียง 4 วัน

ไอซ์-รักชนก ศรีนอก

นอกจากยังมีประเด็นที่กระทบกับภาพลักษณ์ ขุนพลคนสำคัญของพรรคส้ม ซึ่งที่ผ่านมามีบทบาทตรวจสอบ การใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง บุคคลนั้นหนีไม่พ้น “ไอซ์-รักชนก ศรีนอก” สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. เพราะเวลาสำรวจความเห็นของโพลหลายสำนัก…ครั้งใด มักได้คะแนนนิยมมาเป็นอันดับหนึ่งตลอด

ล่าสุดผลสำรวจ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนตุลาคม 2569 พบว่า นักการเมืองของฝ่ายค้านที่มีบทบาทโดดเด่น กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 28.93 ระบุว่า “รักชนก ศรีนอก” รองลงมา ร้อยละ 21.64 ระบุว่า “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” และร้อยละ 18.8 ระบุว่า “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”

แต่ “รักชนก” เพิ่งถูก “นายกฯ อนุทิน” แจ้งความดำเนินคดี ในข้อหาแชร์และส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หลังแชร์ข้อความที่ “ชัยรัตน์ เรขะวัฒนะ” อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาในคดีเพจ “Godd Dam” โพสต์สลิปโอนเงินปลอมจำนวน 7 ล้านบาท ให้นายกฯ จนถูกตั้งคำถามถึงวุฒิภาวะ และการกลั่นกรองข้อมูล ก่อนนำไปส่งต่อ และหากนำบางเรื่องไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ ย่อมเกิดคำถาม จะมั่นใจได้อย่างไรว่า ข้อมูลมีน้ำหนักและเป็นเรื่องจริง

ส่วนความคืบหน้าในการขยายผลการสอบสวน “ชัยรัตน์” ภายหลังตำรวจจาก บก.สอท. นำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญา และคัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน เนื่องจากเกรงว่า ผู้ต้องหาจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน เบื้องต้นศาลอาญาอนุญาตให้ฝากขัง “ชัยรัตน์” ก่อนเจ้าตัวยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ศาลอาญาพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา และพฤติการณ์แห่งคดีตามคำร้องฝากขังแล้วเห็นว่า ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด โดยนำข้อมูลที่บิดเบือน หรือปลอมข้อมูล หรือข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์, ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ที่น่าเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นและประชาชน พฤติการณ์ดังกล่าวนับว่าเป็นพฤติการณ์ร้ายแรง กระทบต่อความสงบสุขในสังคมวงกว้าง อีกทั้งพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว โดยหากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุเชื่อว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ในชั้นนี้จึงให้ยกคำร้อง

คงต้องจับตากระบวนการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถ สาวลึกได้ขนาดไหน แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะไม่ให้การใด ๆ ที่เป็นประโยชน์ในการขยายผล แต่หากพบว่า มีใครบงการ มีขบวนการอยู่หลัง และมีพรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ต้องถูกนำมาขยายผลแน่นอน

ยิ่ง “ชัยรัตน์” เคยเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เมื่อปี 2566 และยังพบว่ามีความเชี่ยวชาญ และสนใจด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างลึกซึ้งในระดับสุดโต่ง โดยมีประสบการณ์ผ่านการทำงาน ให้แก่บริษัทไอทีชั้นนำมาแล้วหลายแห่ง รับหน้าที่สำคัญ ในการตรวจสอบ วิเคราะห์ และวางระบบป้องกันภัย คุกคามบนเครือข่าย และดูแลระบบข้อมูล ขององค์กรอย่างจริงจัง  ก่อนจะตกเป็นผู้ต้องหา 

ขณะที่ พรรค ปชน.ก็ยังมีปัญหาความขัดแย้งภายในระหว่างบุคคลที่มีส่วนก่อตั้ง “พรรคอนาคตใหม่” (อนค.) อย่าง “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้า ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดพรรคส้ม กับ “คนรุ่นใหม่” อย่าง “ไอซ์-รักชนก” โดยวิจารณ์บทบาท และความเคลื่อนไหวของ “สส.ตัวตึงพรรค” ในทำนองว่า การเคลื่อนไหวในช่วงที่ผ่านมา เป็นลักษณะ “บันเทิงธิปไตย”  มุ่งสร้างความโดดเด่นให้กับตัวเอง แต่กลับไม่คำนึงถึงอุดมการณ์ของพรรค หรือการเปลี่ยนแปลงในภาพใหญ่

ทำให้ “โปรดปราณ จันทารักษ์” คณะทำงานของ สส.รักชนก ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอลง TikTok วิจารณ์ “ปิยบุตร” โดยในคลิประบุว่า “ตอนนี้ไม่ค่อยแน่ใจว่า บันเทิงธิปไตย กับมือไม่พายเอาตีนราน้ำ อันไหนไร้สาระกว่ากัน อดีตผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ด้วยประโยคที่ยาวยืด ซึ่งคนไทยก็อาจจะอ่านแค่ 3 บรรทัดแรกเนาะ แล้วก็ปัดทิ้ง เพราะว่ามันเข้าถึงยาก ในฐานะที่เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ คนหนึ่งในสังคมนี้ และทำเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองมาหลายปี พูดตรงๆ ว่าไม่เห็นด้วยเป็นอย่าง ยิ่งกับการวิพากษ์วิจารณ์ของอาจารย์ปิยบุตรในครั้งนี้ รู้สึกว่าผิดหวังอย่างรุนแรงมาก เป็นการที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ดูสี่ดูแปดอะไรเลย”

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า “ไอซ์-รักชนก” ได้เข้าไปสอบถามในกลุ่มไลน์ว่า “คณะนำของพรรค จะมีใครออกมาชี้แจงหรือตอบโต้เรื่องนี้หรือไม่” พร้อมตัดพ้อถึง บุคคลที่วัน ๆ ไม่ค่อยทำงาน แต่มักตั้งวงดื่มไวน์แพง ๆ ใช้การตั้งวงเหล้าล็อบบี้ สร้างวาทกรรมบั่นทอนคนทำงาน ทั้งที่เป็นเรื่องที่ควรนำมาวิจารณ์ภายในเพื่อแก้ไข มากกว่าการฉวยโอกาส สาดตรรกะวิบัติใส่คนอื่น เมื่อดื่มเหล้า นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า ไม่ใช่การวิจารณ์ด้วยความสุจริตใจ หรือติเพื่อก่อ จึงอยากเห็นคณะนำ ออกมาปกป้อง คนที่ตั้งใจทำงาน และหาวิธีการสื่อสาร ที่ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในกลุ่มโหวตเตอร์ 

นอกจากนี้ยังโพสต์ข้อความว่า “อย่างนึงที่เลิกได้แน่ ๆ แล้วในชีวิตนี้ คือการบูชาตัวบุคคล” จึงไม่แปลกเมื่อไม่ปรากฏภาพ “ไอซ์-รักชนก” ไปร่วมงานวันเกิดของ “ปิยบุตร” และ “ชัยธวัช ตุลาธน” อดีตหัวหน้าพรรค ก.ก. เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา

ทำให้มีการแบ่งกลุ่มว่า สส.ที่ไปปรากฏตัว ยืนอยู่กับฝ่ายเลขาธิการคณะก้าวหน้า ขณะที่พรรคส้มกำลังทำสงครามกับฝ่ายตรงข้าม แต่กลับมามีปัญหาความขัดแย้งภายใน เลยอาจทำให้การทำศึกกับฝ่ายตรงข้าม จะไม่ส่งพลานุภาพอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ยังมีความพยายามผลักดันให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไป แบบไม่มีการลงมติตามมาตรา 152 ของพรรค ปชน. หลังไม่พอใจที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถูกเลื่อนไปในช่วงต้นเดือนธ.ค. แต่ก็ถูกวิจารณ์ว่า เป็นความซ้ำซ้อน อาจทำให้ประชาชนเบื่อหน่าย แม้จะมีความพยายามชี้แจงว่า เนื้อหาไม่ซ้ำซ้อน เพราะการอภิปรายทั่วไป จะเน้นเรื่องนโยบายรัฐบาล ปัญหาเศรษฐกิจ และความล่าช้าในการทำงาน ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เรื่องปัญหาทุจริตและคอรัปชั่น การใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ให้ภาคธุรกิจ ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจในรัฐบาล

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

ด้าน “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ปชน. ในฐานะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า “เป็นช่องทางและเป็นสิทธิที่ฝ่ายค้านทำได้ แต่จะยื่นหรือไม่ยื่นอย่างไรไม่สำคัญไปกว่าการที่รัฐบาลมีความพร้อม มากแค่ไหนในการชี้แจง ส่วนจะยื่นหรือไม่ยื่นขอดูท่าทีของรัฐบาล และการพูดคุยของวิปฝ่ายค้านก่อน ซึ่งล่าสุดข้อตกลงวิป 3 ฝ่ายคือวันที่ 7-11 ธ.ค. คือการที่รัฐบาล เคารพกลไกสภาไม่จำเป็นที่จะต้องรอในเวทีซักฟอก การตอบกระทู้ 3 สด หรือการชี้แจงกรรมาธิการ (กมธ. )  ถือเป็นเวทีที่สำคัญ…

…ตามรัฐธรรมนูญ (รธน.) มาตรา 151 (อภิปรายไม่ไว้วางใจ แบบลงมติ) และมาตรา 152 (อภิปรายแบบมีข้อเสนอแนะ ไม่ลงมติ) สามารถยื่นญัตติได้ภายใน 1 ครั้งต่อปีเท่านั้น ดังนั้นมีความเป็นไปได้  เมื่อใกล้ปิดสมัยประชุมสภาฯในช่วงเดือน ธ.ค.นี้ พรรคฝ่ายค้าน  อาจต้องการเลี้ยงกระแส สารพัดปมร้อนเอาไว้ โดยการอภิปรายอาศัยการเข้าชื่อ สส.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 คือ 50 คน   ก็สามารถดำเนินการได้”

ขณะที่ “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้ความเห็นถึงกรณี สส.พรรค ปชน. มีแนวคิดขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติตามมาตรา 152 ว่า “ยังไม่ได้มีการคุยกัน เป็นเพียงกระแสข่าว ที่สำคัญ พรรคปชป. โฟกัสที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ยังไม่คิดเรื่องยื่นอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 อยู่ในกระแสลม ดังนั้นไม่ขอสมมติอะไร เพราะยังไม่คุยกัน”

เมื่อถามย้อนกลับไปในการประชุมวิปฝ่ายค้าน และตีตกไม่เลือกยื่น มาตรา 152 “สาทิตย์” กล่าวว่า “แต่ในการประชุมร่วมเมื่อประมาณ 2 เดือนกว่ามาแล้ว คุยกันว่าควรจะยื่นญัตติตามมาตรา 151 หรือ 152 ดี มีหลายเรื่องที่มีความชัดเจน ทั้งในแง่พฤติกรรมและแง่ข้อมูล เลยตัดสินใจยื่น มาตรา 151”

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย

“การตัดสินใจจบลงที่การยื่น อภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 คือมีการถกกันถึงระยะเวลา ข้อดี ข้อเสียตอนนั้น แต่ว่าแน่นอน เราก็ไม่ได้คิดว่ารัฐบาลนี้ จะเงื่อนไขเยอะขนาดนี้ รู้สึกแตะต้องยากเหลือเกิน แต่ไม่เป็นปัญหา เมื่อมีการกำหนดวันอภิปรายมาแล้ว ก็ถือว่ามีความชัดเจน จากช่วงนี้ไปก็เป็นช่วงที่ต้องเตรียม การอภิปรายให้ดีที่สุด” สาทิตย์ กล่าวและว่า “จนกว่าจะมีใครสักคนยื่นหารือว่า จะยื่นอภิปรายตามมาตรา 152 มา เราค่อยมาว่ากันใหม่ อย่าเพิ่งไปคิดเรื่องสมมติ”

จับท่าทีพรรคร่วมฝ่ายค้าน ดูเหมือนไม่เห็นด้วย เพราะคงมองว่า มีความซ้ำซ้อนกับศึกใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ทำให้รับรู้ว่า แนวทางของพรรค ปชน. ไม่ได้หมายความว่า เพื่อนร่วมงานจะคล้อยตามไปเสียทั้งหมด ตอกย้ำให้เห็นว่า ปัจจัยหลายอย่าง ส่งผลกระทบ กับการทำหน้าที่ของพรรค ปชน.ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จากนี้ไปคงต้องรอดูข้อมูล ของแกนนำพรรคฝ่ายค้าน จะมีความลึกและแหลมคมมากขนาดไหน 

ยิ่งก่อนหน้านั้น “ณัฐพงษ์” ยืนยันมี “ใบเสร็จ” ที่จะนำมาแสดง ซึ่งอาจตีความหมายได้ว่า อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง  เพราะต่อให้รัฐบาลมีเสียงมากขนาดไหน แต่หากมีหลักฐานชี้ให้เห็นถึง “ความไม่โปร่งใส” ย่อมเกิด “ผลกระทบกับฝ่ายบริหาร” แม้ว่ารัฐบาลจะมีเสียงสนับสนุนเกือบ 300 เสียง เพราะยากที่สังคมจะยอมรับได้ในประเด็นการทุจริตคอรัปชั่น

แต่ถ้าหากในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ บทสรุปออกมา…กลายเป็นท่าดีทีเหลว ย่อมส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือ กับแกนนำพรรคฝ่ายค้าน ยิ่งหากนำไปเปรียบเทียบกับการทำงานของพรรค ปชป. ซึ่งมีความโดดเด่นในการตรวจสอบมากกว่า ย่อมส่งผลถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า และยังช่วยสร้างความมั่นใจให้กับรัฐบาล กับการเดินหน้าสร้างคะแนนนิยมต่อไป

…………………………

คอลัมน์ : ล้วง-ลับ-ลึก

โดย…“แมวสีขาว”

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img