ปภ. แนะประชาชนเตรียม “กระเป๋าฉุกเฉิน” สำรองสิ่งของจำเป็นให้พร้อมรับมือเหตุวิกฤต สามารถดูแลตัวเองได้ในช่วง 72 ชั่วโมงแรก ระหว่างรอความช่วยเหลือจากภาครัฐ ครอบคลุมภัยพิบัติทุกรูปแบบ พร้อมเปิดเช็กลิสต์ 6 หมวดสิ่งของที่ควรมีติดบ้าน ย้ำแนวคิด “ตระหนัก แต่ไม่ตระหนก”
เมื่อวันที่3 พ.ย. 69 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ออกมาเคลื่อนไหวแนะประชาชนเตรียมความพร้อมจัดทำ “กระเป๋าฉุกเฉิน” (Emergency Bag) เพื่อรับมือเหตุวิกฤตและดูแลตัวเองได้ในระยะเวลา 72 ชั่วโมง ตามมาตรฐานสากล ชูแนวคิด “ตระหนัก แต่ไม่ตระหนก”
.
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ว่า จากกรณีที่หลายประเทศทั่วโลกประกาศเตือนให้ประชาชนสำรองปัจจัยสี่ 72 ชั่วโมง เพื่อรองรับความขัดแย้งในตะวันออกกลางนั้น แม้ประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว แต่การจัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินถือเป็นมาตรการพื้นฐานสำคัญในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม แผ่นดินไหว โรคระบาด รวมถึงภัยจากมนุษย์ เช่น ไฟไหม้ จลาจล หรือภัยไซเบอร์
.
อธิบดี ปภ. ระบุว่า ช่วงเวลา “72 ชั่วโมงแรก” หลังเกิดภัย คือช่วงวิกฤตที่ประชาชนต้องพึ่งพาตนเองระหว่างรอความช่วยเหลือจากภาครัฐกระจายเข้าสู่พื้นที่
.
เปิดเช็กลิสต์ 6 หมวดสิ่งของจำเป็น ต้องมีติดบ้าน
.
- ยาและสุขภาพ : ชุดปฐมพยาบาล ยาสามัญประจำบ้าน ยาประจำตัว และเอกสารประวัติการรักษา
- อาหารและน้ำ : น้ำดื่ม (3 ลิตร/คน/วัน) อาหารพร้อมทาน ขนมให้พลังงาน และอาหารเฉพาะกลุ่มเปราะบาง (เด็ก/ผู้สูงอายุ/ผู้ป่วย)
- อุปกรณ์สื่อสารและเครื่องมือ : มือถือ พาวเวอร์แบงก์ ไฟฉาย ถ่านสำรอง วิทยุ FM/AM นกหวีด เทียนไข ไฟแช็ก มีดพก เชือก กรรไกร เทป
- เอกสารและเงินสด : สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ใบขับขี่ บัตรประกัน โฉนดที่ดิน (ใส่ซองกันน้ำ) และเงินสด
- สุขอนามัยส่วนบุคคล : ทิชชู แปรงสีฟัน ยาสีฟัน อุปกรณ์อาบน้ำ ถุงขยะ
- เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม : เสื้อผ้าสำรอง เสื้อกันฝน หมวก ผ้าห่ม/ถุงนอน
.
นายนิรัตน์ เน้นย้ำว่า ทุกบ้านควรมีกระเป๋าฉุกเฉินที่เบา กันน้ำได้ วางในจุดที่หยิบง่าย และหมั่นเช็กวันหมดอายุสิ่งของอยู่เสมอ ทั้งนี้ ปภ. ได้เตรียมพร้อมทั้งเครื่องจักรกล เจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต และระบบแจ้งเตือนภัย Cell Broadcast เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน



















