‘มท.2’ แจง‘โซล่าร์ภาคประชาชน’ย้ำวางแบงค์การันตี-ซื้อประกันปกป้องประชาชน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

‘พลพีร์’แจงกระทู้ ‘โซล่าร์ภาคประชาชน’ ขอร่วมมือ ‘ผู้ติดตั้งรายเล็ก’ อย่ารับงานจนทำไม่ไหว ยันวางแบงค์การันตี-ซื้อประกัน เพื่อปกป้องประชาชน

เมื่อวันที่ 5 พ.ย.69 เมื่อเวลา10.30น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสด ของนายฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์ สส.มหาสารคาม พรรคภูมิใจไทย ถึงรายละเอียดของโครงการโซลาร์ลูฟท็อปภาคประชาชน

โดยนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวไม่มีเก็บมัดจำ ส่วนที่ถกเถียงกันถึงกรณีที่ให้บริษัทเอกชนวางแบงค์การันตี มูลค่า 5 หมื่นบาท คิดดอกเบี้ย 1% หรือ 500 บาทต่อปี เพื่อปกป้องประชาชนให้มากที่สุด ต่อการให้บริการติดตั้งของผู้ให้บริการได้ทันเวลาตามสิทธิที่ประชาชนพึงได้รับ

“ถ้ามีเอกชนรายหนึ่ง มีกำลังติดตั้งให้ประชาชนได้ภายใน 6 เดือน จำนวน 100 หลังคาเรือน แต่บริษัทนั้นรับงานมา 500 หลังคาเรือน ประชาชนที่ลงทะเบียนอันดับที่ 101- 500 จะตั้งคำถามว่าจะได้บริการทันเวลาหรือไม่ หากเกินระยะเวลา แต่ไม่มีผู้ให้บริการ จะยังสามารถถอดจากการจ้างหรือการลงทะเบียนกับผู้ให้บริการได้หรือไม่ หากเปลี่ยนผู้ให้บริการใหม่จะทันเวลากับนโยบายของรัฐบาล ที่จะสิ้นสุดใน 11 เดือนหรือไม่ เพื่อให้รัดกุม และเหมือนเร่งงานเอกชน ให้บริการให้ทันต่อสิทธิที่ประชาชนพึงได้รับ” นายพลพีร์ กล่าว

นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า กับการเชื่อมต่อในการใช้ไฟฟ้า หรือขายไฟฟ้า ตนให้นโยบายให้ทำให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน หากทำไม่ทัน ตนยังให้เวลา อีก 3 วันเพื่อตรวจสอบคุณภาพการติดตั้งและการใช้บริการ หากศูนย์บริการให้ประชาชนไม่ทันท่วงที ขอให้ย้ายออกไปทำที่อื่น

นายพลพีร์ ชี้แจงต่อกรณีที่กำหนดให้ซื้อประกันโดยมีผู้ลงทะเบียนแล้ว 6.5หมื่นครัวเรือน โดย 40% แสดงเจตนาว่าจะใช้เงินกู้ ดังนั้นต้องหาทางปกป้องประชาชน โดยให้ความมั่นใจว่า ตลอดเวลาที่ประชาชนต้องผ่อนธนาคาร จ่ายดอกเบี้ย 7 ปี แผงโซลาร์เซลล์ต้องใช้งานได้ การใช้งานต้องมีประสิทธิภาพและปลอดภัย เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียโอกาสในการประกอบอาชีพหรือรายได้ ดังนั้นผู้ให้บริการต้องรับผิดชอบ

“หากโครงการนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้ 1 ล้านครัวเรือน ประชาชนจะช่วยรัฐบาลประหยัดค่าไฟโดยรวมปีละ 2.4 หมื่นล้านบาท ดังนั้นโครงการนี้มองระยะไกล ทั้งนี้ผมขอโทษจริงๆ ที่วางมาตรการเอาไว้เพื่อปกป้องประชาน ส่วนผู้ที่ให้บริการแสดงความเห็นผมน้อมรับ แต่วันนี้อยากบอกว่าผู้ให้บริการขนาดเล็ก หากให้บริการได้ 10 หลังคาเรือน ขอให้ทำ 10 หลังคาเรือนก่อน เมื่อทำเสร็จค่อยมารับเพิ่ม แต่วันนี้ทุกคนเห็นจำนวน 1 ล้านครัวเรือน อยากให้บริการจนแบกรับไม่ไหว เป็นอันตรายกับประชาชน” นายพลพีร์ กล่าว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img