นายกฯ อนุทิน ตอบปมประธานสภาฯ ออกระเบียบคุมเข้ม 35 กมธ. เชิญบุคคลเข้าชี้แจง ต้องผ่านมติที่ประชุม ระบุทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ปัดข้อกล่าวหารัฐบาล “น้ำเงินกินรวบ” ลั่นไม่รู้จักคำนี้ ยืนยันทำหน้าที่บริหารประเทศตามความไว้วางใจของประชาชน
เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 5 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกหนังสือกำหนดระเบียบควบคุมการใช้อำนาจของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทั้ง 35 คณะ ในการเชิญบุคคลเข้าชี้แจง โดยต้องผ่านมติที่ประชุม จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลกำลังรวบอำนาจครอบงำสภาผู้แทนราษฎรว่า “ไม่ได้ฟัง”
เมื่อถามว่า ส่วนตัวมองอย่างไรกับหลักเกณฑ์ที่กำหนดให้การเชิญบุคคลเข้าชี้แจงต่อ กมธ. ต้องผ่านมติที่ประชุม แทนการใช้อำนาจของประธาน กมธ. นายอนุทินกล่าวว่า “เขามีกฎหมาย มีระเบียบภายใต้รัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ก็ตามนั้น”
ส่วนกรณีที่มีคำถามว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือบุคคลในรัฐบาลพร้อมไปให้ข้อมูลหรือไม่ หากได้รับหนังสือเชิญจาก กมธ. นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำสั้น ๆ ว่า “ภายใต้กฎหมาย ภายใต้รัฐธรรมนูญ”
เมื่อถามถึงข้อกล่าวหาเรื่อง “น้ำเงินกินรวบ” ว่าเป็นถ้อยคำที่รุนแรงเกินไปหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ไม่รู้จักคำนี้” พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลทำหน้าที่ของตนเอง ไม่มีการกินรวบแต่อย่างใด โดยระบุว่า คำว่า “น้ำเงิน” พวกตนก็ไม่ได้เป็นสมาชิกตรงนั้น เพราะปัจจุบันทำหน้าที่ในฐานะรัฐบาล ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ และได้รับฉันทานุมัติและความไว้วางใจจากประชาชนให้เข้ามาบริหารประเทศ จึงต้องปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่า การที่ประธานสภาฯ ออกระเบียบดังกล่าว อาจมีสาเหตุมาจากกรณีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ทำหนังสือเชิญนายกรัฐมนตรีไปชี้แจงประเด็นทุจริตการสอบท้องถิ่นหรือไม่ นายอนุทินตอบสั้น ๆ ว่า “ไม่เกี่ยวครับ”
นอกจากนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีกล่าวเมื่อวันที่ 4 พ.ย. ว่า การเมืองยังเป็นปัจจัยลบและเป็นอุปสรรคต่อการบริหารประเทศ นายอนุทินย้อนถามว่า “พูดเมื่อไหร่ ผมไม่ได้พูด” ก่อนชี้แจงว่า ตนพูดเพียงว่าต้องทำการเมืองให้ดีขึ้น



















