“อนุทิน” ลั่น ครม.ไม่มีมุ้ง ไม่มีพรรค มีแต่ทีมเดียวกัน ย้ำข้าราชการไม่ต้องเล่นการเมือง

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

นายกรัฐมนตรีเปิดหลักสูตร วปอ. รุ่น 69 ย้ำความมั่นคงของชาติต้องเดินควบคู่เสถียรภาพ ทั้งภาครัฐ เอกชน และการเมือง พร้อมประกาศ ครม.ของตนไม่มีคำว่ามุ้งหรือพรรค มีแต่ทีมเดียวกันเพื่อประชาชน เตือนทุกคนทำงานตามบทบาทหน้าที่ ไม่ใช่ยึดโยงว่าเป็นเด็กใครหรือสายใคร

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 พ.ย. 2569 ที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 69 ภายใต้แนวคิด “บทบาทของภาครัฐ ภาคเอกชน และการเมืองในการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ”

นายอนุทินกล่าวเปิดการศึกษาว่า ความมั่นคงของชาติเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการเมืองต้องร่วมมือกัน โดยต้องต่อยอดและสร้างสรรค์จากพื้นฐานที่มีอยู่ เพราะความมั่นคงต้องเดินควบคู่กับเสถียรภาพ หากผู้ที่มีหน้าที่กำกับดูแลขาดความเข้มแข็ง แม้จะมีโครงสร้างที่ดีเพียงใดก็ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ เช่นเดียวกับอาคารที่ออกแบบมาอย่างมั่นคง แต่หากขาดเงินทุนและเสถียรภาพทางธุรกิจ ก็อาจกลายเป็นอาคารร้างและไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพของฝ่ายบริหารและการบริหารการเมือง โดยคณะรัฐมนตรีของตนไม่มีคำว่า “มุ้ง” หรือ “พรรค” แต่มีเพียงคำว่า “ทีมเดียวกัน” เป็นรัฐบาลของประชาชนและประเทศชาติ มีเป้าหมายสร้างความเจริญก้าวหน้าให้ประเทศ ทุกกระทรวงต้องสนับสนุนภารกิจซึ่งกันและกัน เพื่อผลักดันนโยบายรัฐบาลให้เกิดประสิทธิภาพ

ส่วนข้าราชการประจำถือเป็นทีมไทยแลนด์ ต้องทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นและมีเสถียรภาพ โดยไม่จำเป็นต้องเข้ามาเล่นการเมือง เพราะทุกคนมีบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ไม่ควรแบ่งว่าเป็นคนของใครหรือเป็นสายของใคร หากบุคลากรคนใดสามารถทำงานได้ก็ต้องเปิดโอกาสให้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่

นายอนุทินยังกล่าวถึงการวางตัวตามบทบาทว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องเข้าใจว่าหน้าที่และภารกิจมีจุดสิ้นสุด เมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้วก็ต้องปล่อยวาง ไม่ใช่นำบทบาทเดิมไปผูกพันหรือแทรกแซงการทำงานของผู้อื่นต่อไป โดยย้ำว่าทุกคนต้องทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากประชาชน และรู้จักวางบทบาทของตนเองให้เหมาะสม

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า การบริหารราชการแผ่นดินในปัจจุบันได้รับความร่วมมือจากข้าราชการทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี ส่งผลให้การขับเคลื่อนงานของรัฐบาลดำเนินไปได้ พร้อมระบุว่า แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์หรือข่าวปลอม แต่สิ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้คือตัวชี้วัดต่าง ๆ ที่สะท้อนผลการดำเนินงาน เช่น มูลค่าการส่งออกในปีนี้ที่เติบโตมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น เงินลงทุนจากต่างชาติที่เพิ่มขึ้น การดูแลประชาชนที่ทำได้มากขึ้น และการจัดเก็บภาษีที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมองว่าผลลัพธ์ดังกล่าวเป็นสิ่งสะท้อนความร่วมมือของทุกภาคส่วนในรูปแบบ “ทีมไทยแลนด์” ที่ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img