นายกฯ อนุทิน แจงกรณี ปภ.แนะนำประชาชนเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินดำรงชีวิต 72 ชั่วโมง รับมือภัยพิบัติ จนเกิดกระแสตื่นตัวและกักตุนสินค้า ยืนยันประเทศไทยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ มีความมั่นคงทางอาหาร ห่วงโซ่การผลิตอยู่ในประเทศ ไม่มีเหตุให้กังวล ขอประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ
เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 5 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แนะนำให้ประชาชนเตรียม “กระเป๋าต้องรอด” สำหรับดำรงชีวิตในช่วง 72 ชั่วโมง เพื่อรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ จนเกิดกระแสตื่นตัวและมีประชาชนบางส่วนกักตุนสินค้า ว่า ไม่มีเรื่องดังกล่าวที่ต้องกังวล เนื่องจากประเทศไทยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ มีความมั่นคงทางด้านอาหาร และเป็นประเทศผู้ผลิตอาหาร โดยทั้งเครือข่ายและระบบห่วงโซ่อุปทานอยู่ภายในประเทศ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่มีสิ่งใดที่ประชาชนต้องกังวล เพราะรัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของการทำให้คนไทยสามารถเข้าถึงอาหารได้ และประเทศไทยจะไม่มีวันที่ต้องขาดแคลนอาหาร
เมื่อถามว่า ประชาชนยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องกักตุนสินค้าหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ประชาชนต้องใช้ชีวิตตามปกติ อย่าไปหวั่นไหวกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในประเทศอื่น ซึ่งไม่ใช่ประเทศที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำหรือแหล่งผลิตอาหาร พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงไม่มองว่าเรื่องนี้จะยิ่งทำให้ประเทศไทยมีความสำคัญมากขึ้นบนเวทีโลก
ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารได้หลากหลายประเภท ทั้งผลไม้ พืชผัก ผลผลิตทางการเกษตร และสินค้าแปรรูป อาทิ ข้าว มันสำปะหลัง และน้ำตาล โดยระบบ Supply Chain หรือห่วงโซ่อุปทานต่าง ๆ มีอยู่ภายในประเทศ
ส่วนกรณีการเตรียมความพร้อมรับมือการโจมตีทางไซเบอร์ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าและมีระบบห่วงโซ่อุปทานของตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ผลิตในภาคอุตสาหกรรมต้องดูแลรับผิดชอบ



















