‘ณัฐพงษ์’ แถลงปม ‘ผู้สมัคร สส.ตาก เขต 2’ ถูก ‘บช.สอท.’ ควมคุมตัวด้วยข้อกล่าวหาพัวพันเว็บพนัน หวัง เจ้าหน้าที่รัฐ กวาดล้างนักการเมือง มีอิทธิพล-เครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ใช่การดําเนินการ เพื่อหวังผลทางการเมือง ในช่วงการเลือกตั้งอย่างเดียว ย้ำ ‘ปชน.’ ยึดมั่นหลักการ ไม่ยอมทนเทา พร้อมดําเนินการอย่างได้สัดส่วน หากมีข้อเท็จจริงชี้มูลความผิด
วันที่ 15 ม.ค.2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวด่วน กรณี นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ผู้สมัคร สส.ตาก เขต 2 ถูกกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ควบคุมตัว โดยกล่าวหาว่า พัวพันเว็บไซต์การพนันออนไลน์ ว่า พรรคทราบเรื่องจากทนายความจากทนายความรัชต์พงศ์ เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ยืนยันว่า พรรคประชาชนมีแนวทางและนโยบายที่ชัดเจนว่า เราไม่ยอมรับพฤติกรรมสีเทา ไม่ว่าจะเป็นการทุจริต คอร์รัปชั่น การค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ ทุนเทา หรือสแกมเมอร์ รวมถึงเว็บพนันออนไลน์ หากบุคลากรของพรรค ไม่ว่าจะอยู่ในตําแหน่งใด ที่มีพฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ พวกเราจะไม่ปกป้อง ไม่ปกปิดการกระทําอย่างเด็ดขาด ผู้ถูกกล่าวหาจะต้องเข้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ตัวเองตามขั้นตอนตามกฎหมายทุกประการ ที่ผ่านมา คณะกรรมการวินัย หรือคณะกรรมการบริหารของพรรค ได้ดําเนินการตรวจสอบ สส. หรือนักการเมืองของพรรคทุกคน ที่มีสวนพัวพัน หรือได้รับเรื่องร้องเรียนมา โดยไม่ละเว้นผู้ใด และหากพบการกระทําความผิด จะมีบทลงโทษอย่างได้สัดส่วน นี่เป็นหลักการปฏิบัติที่เรายึดถือมาโดยตลอด
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนจะยึดมั่นในหลักการที่พวกเรา ไม่ยอมทนต่อการทุจริต คอร์รัปชั่น การก่ออาชญากรรม หรือการกระทําความผิดร้ายแรงอื่นๆ เช่น เรื่องความมั่นคง พรรคประชาชนหวังว่า การดําเนินการของรัฐบาล หรือเจ้าหน้าที่ ตอบกรณีอื่น ๆ ในอนาคต จะเป็นการดําเนินการกวาดล้างนักการเมือง ที่มีอิทธิพล หรือเครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ใช่การดําเนินการ เพื่อหวังผลทางการเมืองในช่วงการเลือกตั้งอย่างเดียวเท่านั้น ยอมรับว่าเฉพาะกรณีนี้ ที่ผ่านมาเคยมีคนส่งเรื่องร้องเรียนมาก่อน แต่อาจจะไม่ใช่เรื่องนี้โดยตรง ซึ่งทางพรรคเองก็พยายามที่จะสืบสืบสวน โดยใช้กลไก และบุคลากรของพรรคที่มีอยู่อย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากเราเองไม่ได้มีอํานาจรัฐ ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างที่ตํารวจมีได้ จึงดําเนินการอย่างได้สัดส่วนเฉพาะข้อมูลหลักฐานที่เรามี เมื่อในวันนี้ได้รับทราบข้อมูลเพิ่มเติม พรรคจึงได้ดําเนินการอย่างเต็มที่ ไม่ได้ละเว้นต่อบุคลากรภายในพรรคแต่อย่างใด
“ขณะนี้มีทีมกฎหมายของพรรค ไปรออยู่เพื่อพูดคุยกับรัชต์พงศ์โดยตรง แต่ขอยืนยันอีกครั้งว่า หากได้รับทราบรายละเอียดเพิ่มเติม จะมีการดําเนินการตามกฎระเบียบของพรรคต่อไป สําหรับกรณีที่อาจมีผลต่อผู้สมัคร สส.ตาก เขต 2 ซึ่งเขาไม่สามารถหาตัวผู้สมัครแทนในเขตนี้ได้ต่อ แต่เราเองคงไม่ได้เอาเรื่องเหตุผลทางการเมืองที่กลัวว่า จะไม่มีผู้สมัครในเขตนี้ มันเป็นเหตุผลเหนือเรื่องมาตรฐานของพรรค ผมเคยประกาศไปว่า เราไม่ทนต่อปัญหาต่างๆ เหล่านี้ ถ้าเราตรวจพบพฤติกรรม ตรวจพบหลักฐานที่มีมูลมีน้ําหนัก เราพร้อมดําเนินการอย่างได้สัดส่วน” ณัฐพงษ์ กล่าวและว่า เจ้าหน้าที่รัฐและตํารวจ จะดําเนินการทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา ไม่ละเว้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และอยากให้ตรวจสอบผู้สมัคร หรือนักการเมืองของทุกพรรคทุกสีอย่างเท่าเทียมกัน ดูตามหลักฐานข้อเท็จจริง ใครที่มีส่วนพัวพันก็ดําเนินการอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่าจะกระทบกับความเชื่อมั่นหรือไม่นั้น ณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่ทําให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นไม่ได้เป็นการประกาศว่า พรรคประชาชนเราจะไม่มีคนที่มีประวัติด่างพร้อย 100% ในพรรค เพราะเราไม่สามารถตรวจสอบประวัติภูมิหลัง หรือพฤติกรรม เขาได้ทั้งหมด แต่สิ่งที่จะทําให้พรรคประชาชนได้รับความเชื่อมั่น คือการที่เมื่อเราได้รับทราบข่าว ได้หลักฐานข้อเท็จจริง แล้วเราดําเนินการอย่างรวดเร็ว แข็งขัน และทันที ตรงไปตรงมาต่างหาก
นายณัฐพงษ์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากการที่ได้มีการพูดคุยกับรัชต์พงศ์ก่อนหน้านี้ เจ้าตัวยืนยันว่า ตัวเขาเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด แต่เรื่องกระบวนการยุติธรรมก็ต้องว่าไป รัชต์พงศ์ก็มีสิทธิ์ที่จะได้อธิบายและปกป้องตัวเอง แต่สําหรับพรรคหากมาถึงในระดับนี้ เมื่อได้ความชัดเจนจากฝ่ายกฎหมายแล้ว มีมูลเหตุข้อเท็จจริงที่ชี้ได้ว่า รัชต์พงศ์มีส่วนพัวพันกับสิ่งที่ถูกกล่าวหาจริง พรรคพร้อมดําเนินการอย่างเด็ดขาดทันที
“เข้าใจดีว่า ข่าวแบบนี้ ถ้ามาในช่วงหาระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า น่าจะมีผลกระทบ แต่พรรคประชาชนเชื่อมากกว่าว่า ความเชื่อมั่นจากประชาชนนั้น ได้มาจากการที่ประชาชนมองเห็นว่า พรรคประชาชนจัดการอย่างไร เรานิ่งเฉยหรือเพิกเฉยต่อกรณีดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งผมยืนยันว่า เราไม่เคยเพิกเฉยต่อกรณีแบบนี้” ณัฐพงษ์ กล่าว
นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงการตรวจสอบผู้สมัคร ว่าได้มีการขอประวัติอาชญากรรมจากองค์กรต่างๆ รวมถึงกระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ และสมาชิกพรรค แต่ต้องพูดตามจริงว่า บางทีที่ได้รับข้อร้องเรียนมา การพิจารณาอย่างได้สัดส่วนต้องดูหลักฐานด้วย บางทีผู้ร้องอาจจะทราบข่าว แต่เขาไม่ได้มีหลักฐาน เมื่อเราลงไปสืบเองแล้ว ก็เข้าไม่ถึงหลักฐานแบบที่ฝ่ายบริหารหรือตํารวจมี ดังนั้น พรรคต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกคน หากจะมองว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือการกลั่นแกล้ง แต่ถ้าพยานหลักฐานของตํารวจชัดเจน พรรคจะยอมรับอย่างไร ณัฐพงษ์ ย้ําว่า ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา และพร้อมดําเนินการอย่างเด็ดขาดตรงไปตรงมาเช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่าหากเป็นกรณีที่หลักฐานไม่เพียงพอ พรรคจะมีการดําเนินการอย่างไร ณัฐพงษ์ ระบุว่า อาจจะมีการจัดแถลงข่าวต่อไป แต่ขณะนี้คงยังพูดนําหน้าไปไม่ได้ ขอดูรายละเอียดก่อน ส่วนจะต้องมีการเรียกตรวจสอบคนในพักซ้ําหรือไม่ เรามีการตรวจสอบทุกวันอยู่แล้ว ข้อมูลที่เข้ามา ต้องเรียนตามตรงว่าไม่ใช่เฉพาะที่ปรากฏตามหน้าข่าว และเรามีการดําเนินการตรวจสอบภายในตลอดเวลา
เมื่อถามว่าสําหรับกรณีผู้สมัคร สส.พรรคอื่น ที่มีกระแสข่าวไปก่อนหน้านี้ จะต้องมีการตรวจสอบเพื่อความเพื่อความยุติธรรมใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าววา ถูกต้อง อยากเรียกร้องอีกหนึ่งครั้งว่า อยากให้ตํารวจและเจ้าหน้าที่รัฐ ตรวจสอบทุกคนอย่างเต็มที่ ไม่ได้เลือกปฏิบัติระหว่างสีใดสีหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
เมื่อถามว่าส่วนมีการประเมินหรือไม่ ว่าจะมีกี่คนบ้างนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คงตอบแทนไม่ได้ ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐมีข้อมูลเพิ่มเติม แม้ว่าจะไม่สามารถแบ่งปันข้อมูลภายในกระบวนการภายในกับเราได้ แต่อยากให้เจ้าหน้าที่รัฐดําเนินการทุกอย่างอย่างเต็มที่
“ผมในฐานะหัวหน้าพรรค ถ้าได้รับทราบข่าว หรือข้อมูล จากเจ้าหน้าที่รัฐ ว่าผู้สมัครของเรา หรือเจ้าหน้าที่เราคนใดคนหนึ่ง มีส่วนพัวพันกับเรื่องสีเทาทั้งหลาย เราพร้อมให้ความร่วมมือสนับสนุนดําเนินการอย่างเต็มที่ ไม่ใช้อํานาจทางการเมือง ในการปกป้องคนของเราแต่อย่างใด” ณัฐพงษ์ กล่าวและว่าขอให้มองอีกด้านหนึ่งว่า เรื่องร้องเรียนบางครั้งอาจจะนํามาถูกใช้ร้องเรียนเพื่อกลั่นแกล้งกันทางการเมือง ทางนอกพรรคและในพรรค เพราะฉะนั้น กระบวนการภายในพรรค เราให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย ดูจากหลักฐาน และการลงโทษอย่างได้สัดส่วน




















