“อภิสิทธิ์”ระบุเหตุเครนถล่มสีคิ้ว–พระราม 2 ไม่ใช่อุบัติเหตุล้วน หากไร้ทุจริตหรือความไม่ชอบมาพากลย่อมไม่เกิด จี้รัฐใช้เครื่องมือกฎหมายที่มีอยู่ สอบข้อเท็จจริงโดยองค์กรอิสระ พร้อมเสนอแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” จัดการผู้กระทำผิดซ้ำอย่างเด็ดขาด
เมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีเหตุเครนถล่มที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และเหตุการณ์บนถนนพระราม 2 ว่า ตนและคนไทยจำนวนมากมีความเชื่อว่า เหตุการณ์ที่ถูกเรียกว่าเป็น “อุบัติเหตุ” เหล่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญทั้งหมด หากไม่มีปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน หรือความไม่ชอบมาพากล เหตุลักษณะเช่นนี้ก็ไม่ควรเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า หน่วยงานภาครัฐมีเครื่องมือและกลไกทางกฎหมายรองรับอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นบทบาทของกรมบัญชีกลาง มาตรการยกเลิกสัญญา หรือการขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมาที่ทำงานมีปัญหา ไม่ให้กลับมารับงานของรัฐซ้ำอีก ดังนั้น สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ คือการสืบสวนหาข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา โดยให้ผู้ตรวจสอบมีความเป็นอิสระ เพื่อถอดบทเรียนและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นอีกในอนาคต
พร้อมกันนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอนโยบายจัดทำแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” เพื่อเป็นเครื่องมือในการติดตามและตรวจสอบโครงการของภาครัฐ หากพบว่าโครงการใดเคยเกิดเหตุถล่มหรืออุบัติเหตุซ้ำ และมีผู้เกี่ยวข้องหรือผู้รับเหมารายเดิมเข้ามาเกี่ยวข้องอีก จะต้องมีการดำเนินการอย่างเด็ดขาด
ในเชิงกฎหมาย นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า รัฐสามารถดำเนินการได้ครบถ้วน ทั้งการเลิกสัญญา การขึ้นบัญชีดำ การปรับทางปกครอง หรือแม้แต่การดำเนินคดีอาญา ซึ่งเครื่องมือทั้งหมดมีพร้อมอยู่แล้ว เหลือเพียงเจตจำนงว่าจะนำมาใช้จริงหรือไม่
“การตรวจสอบและค้นหาข้อเท็จจริงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และการถอดบทเรียนไม่ควรจำกัดอยู่แค่กรณีเครนถล่มเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเหตุการณ์อื่น ๆ เช่น ปัญหาน้ำท่วมที่อำเภอหาดใหญ่ หรือกรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม ซึ่งต้องมีการตรวจสอบและสอบสวนอย่างจริงจังตั้งแต่ต้นตอ รวมถึงการบริหารจัดการเมื่อเกิดภัย เพราะเมื่อเหตุการณ์ผ่านไป ผู้คนมักลืม แต่ปัญหาก็จะกลับมาเกิดซ้ำอีก” นายอภิสิทธิ์ กล่าว



















