“ณัฐพงษ์” ปราศรัย อ.กุสุมาลย์ วิจารณ์ความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง ชี้ประชาชนต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดิน
เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ลงพื้นที่จังหวัดสกลนคร เพื่อหาเสียงเลือกตั้ง โดยพรรคประชาชนส่งผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบทั้ง 7 เขต
ในการนี้ นายณัฐพงษ์ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยที่อำเภอกุสุมาลย์ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายภาสพล อุฬารกุล ผู้สมัคร สส.สกลนคร เขต 2 หมายเลข 2 พรรคประชาชน โดยมีประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างคึกคัก
นายณัฐพงษ์ กล่าวปราศรัยว่า หัวใจของพรรคประชาชนคือการสร้างประเทศไทยที่ “ไม่มีสีเทา” เป็นประเทศไทยที่เท่าเทียม และเท่าทันโลก โดยสะท้อนถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำในระบบสาธารณสุขว่า ปัจจุบันผู้มีฐานะสามารถเข้าถึงโรงพยาบาลราคาแพงได้อย่างสะดวก ขณะที่ผู้มีเส้นสายสามารถใช้ทางลัดเข้าถึงบริการสาธารณะที่มีคุณภาพมากกว่า แต่ประชาชนในชนบทและผู้มีรายได้น้อยต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ตีห้าเพื่อรอรับการรักษา และใช้เวลาทั้งวันกว่าจะได้รับบริการ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า คนธรรมดาที่ไม่มีสี ไม่มีเส้น และไม่มีอภิสิทธิ์ ถูกกดทับอยู่ในระบบทุกวัน และไม่สามารถเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างแท้จริง พร้อมอธิบายความหมายของโลโก้พรรคประชาชน ซึ่งเป็นรูปสามเหลี่ยมหัวกลับ หมายถึงการวางประชาชนไว้ข้างบน ให้ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน แต่ที่ผ่านมาเสียงของประชาชนไม่เคยอยู่ข้างบน เพราะประเทศไทยยังไม่เคยมีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
นายณัฐพงษ์ ยังวิพากษ์การเมืองแบบเดิมที่นักการเมืองจำนวนมากมุ่งเน้นการรวบรวม สส. เพื่อแย่งชิงตำแหน่งและโควตารัฐมนตรี รวมถึงการแสวงหาผลประโยชน์จากภาษีของประชาชน มากกว่าการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมยกตัวอย่าง นายเตียง ศิริขันธ์ อดีต สส.สกลนคร ซึ่งเป็นบุคคลที่ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อพี่น้องประชาชน และเป็นแบบอย่างทางการเมืองที่พรรคประชาชนยึดถือ

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า พรรคประชาชนจะไม่ทำการเมืองแบบย้ายค่ายหรือเปลี่ยนจุดยืนไปมา แต่ยึดหลักการทำงานว่า “พูดอย่างไร ต้องทำอย่างนั้น” และมุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชนตามแนวทางของปูชนียบุคคลทางการเมืองที่ยืนหยัดเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
ช่วงท้าย นายณัฐพงษ์ ได้เชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.นี้ โดยขอให้เลือกทั้งพรรคและผู้สมัครในเขต เพื่อสนับสนุนให้ตนได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย หากประชาชนต้องการเปลี่ยนแปลงจากรัฐบาลแบบเดิม ไปสู่รัฐบาลที่บริหารประเทศเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
“การเลือกตั้งครั้งนี้คือความฝันของพี่น้องประชาชน เพราะไม่มีวุฒิสภามาร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี หากเลือกแบบเดิมก็จะได้แบบเดิม แต่ถ้าเลือกแบบใหม่ เราจะได้รัฐบาลแบบใหม่ และสร้างประเทศไทยที่ก้าวหน้า ก้าวไกลไปด้วยกัน” นายณัฐพงษ์ กล่าว



















