หน้าแรกNEWS"อนุทิน" แซะยับนโยบายแจกเงินล้าน! ชี้คนไทยต้องรอ 2 หมื่นปีกว่าจะได้ครบทุกคน สวนหมัด "คนละครึ่ง" กระตุ้นเศรษฐกิจจริงไม่ขายฝัน

“อนุทิน” แซะยับนโยบายแจกเงินล้าน! ชี้คนไทยต้องรอ 2 หมื่นปีกว่าจะได้ครบทุกคน สวนหมัด “คนละครึ่ง” กระตุ้นเศรษฐกิจจริงไม่ขายฝัน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img


หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกางตัวเลขดีดลูกคิดนโยบายเพื่อไทยแจกคนละล้านวันละ 9 คน ซัดไม่ทั่วถึง-ใช้เวลานานชั่วลูกชั่วหลานกว่าจะครบ 70 ล้านคน ตอกนโยบายแจกเงินหมื่นล้มเหลวทำไม่จบ ยันชาวบ้านแฮปปี้ “คนละครึ่ง” ช่วยหมุนเงินในตลาดได้จริงไม่ใช่แจกเงินรายวัน


เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 25 ม.ค. ที่ตลาดห้วยเดื่อ จังหวัดหนองบัวลำภู นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายประชานิยมของพรรคเพื่อไทย กรณีแนวคิด “เศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน” โดยระบุว่า นโยบายดังกล่าวมีความแตกต่างอย่างชัดเจนจากนโยบาย “คนละครึ่ง” ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและประชาชน ส่งผลให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย มีเงินหมุนเวียนในระบบ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรง ไม่ใช่การแจกเงินให้ประชาชนเพียงฝ่ายเดียว

นายอนุทินกล่าวว่า นโยบายคนละครึ่งเป็นกลไกที่ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่การแจกเงินมีลักษณะแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในแง่ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงข้อดีข้อเสียของการแจกเงิน รวมถึงความเป็นไปได้ในการจัดเก็บภาษี นายอนุทินกล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา นโยบายแจกเงินหมื่นไม่ได้ส่งผลกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่คาดหวัง และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ จึงไม่สามารถนำมาประเมินผลได้อย่างชัดเจน ขณะที่นโยบายคนละครึ่งแทบไม่จำเป็นต้องประเมินเชิงวิชาการ เนื่องจากสามารถรับรู้ได้จากความพึงพอใจของประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่เห็นว่าการช่วยเหลือเพียงครึ่งหนึ่งก็เพียงพอ และไม่จำเป็นต้องเพิ่มสัดส่วนมากกว่านั้น

เมื่อถามต่อถึงผลกระทบจากการแจกเงินในวงกว้าง นายอนุทินกล่าวว่า สิ่งสำคัญคือต้องมีความชัดเจนด้านงบประมาณ และนโยบายลักษณะนี้ไม่สามารถนำมาแข่งขันกันในเชิง “ประมูล” ได้ สิ่งที่นำเสนอให้ประชาชนต้องมีการเตรียมแผนรองรับอย่างรอบคอบ ไม่ควรเป็นนโยบายรายวัน หรือเกิดจากการนำแนวคิดของคู่แข่งมาปรับเพิ่มแบบฉาบฉวย พร้อมย้ำว่า ประชาชนสามารถแยกแยะได้ว่านโยบายใดมีความเป็นไปได้จริง

ส่วนคำถามว่าการแจกเงินจำนวนมากอาจกระทบต่อวินัยทางการเงินของประชาชนหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า หากจะมีการให้เงินเปล่า ต้องดำเนินการอย่างทั่วถึง ซึ่งกรณีแนวคิดแจกเงินวันละ 9 ล้านบาทให้กับประชาชน 9 คนต่อวัน ย่อมเกิดคำถามว่า บุคคลเหล่านั้นคือใคร และจะดำเนินการอย่างไรให้เป็นธรรม แม้ตัวเลขรวมกว่า 3,000 ล้านบาทอาจดูไม่สูงมาก แต่เมื่อเทียบกับประชากรไทยราว 70 ล้านคน จะต้องใช้เวลานานเกือบ 20,000 ปี จึงจะครอบคลุมทั้งหมด

นายอนุทินกล่าวทิ้งท้ายว่า คำถามสำคัญคือ นโยบายดังกล่าวจะสามารถกระจายประโยชน์ได้อย่างทั่วถึงหรือไม่ มีกฎหมายและหลักเกณฑ์รองรับเพียงใด อย่างไรก็ตาม ตนไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของพรรคการเมืองอื่น เนื่องจากเป็นสิทธิของแต่ละพรรคในการนำเสนอแนวทางของตนเอง

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img