ยศชนันย้ำโพลสะท้อนทิศทาง ไม่ใช่คำตัดสิน ชี้คะแนนเพื่อไทยขยับต่อเนื่อง มั่นใจโค้งสุดท้าย 7 วันแห่งความจริง ประชาชนคือผู้ชี้ขาด พร้อมเดินหน้าสู้ทุกกระแส ไม่หวั่นวาทกรรมแบ่งขั้วการเมือง
เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 30 มกราคม 69 ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีผลสำรวจความคิดเห็นจากหลายสำนักที่คะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยยังตามหลังคู่แข่งในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ว่าการสำรวจโพลเป็นการใช้หลักวิทยาศาสตร์และการสุ่มตัวอย่าง โพลใดที่คะแนนน้อยก็ไม่อาจพลิกขึ้นมาสูงทันที แต่สามารถเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งขณะนี้พรรคพอใจอย่างมาก เนื่องจากในบางกลุ่มคะแนนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 3 ถือเป็นกำลังใจสำคัญในการเดินหน้าต่อ

นายยศชนัน ระบุว่า ในบางโพลที่พรรคมีคะแนนสูง แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่พรรคทำมาถูกต้องและเดินมาถูกทาง สัปดาห์นี้จะเป็นสัปดาห์สุดท้ายที่โพลต่าง ๆ จะถูกเผยแพร่ หลังจากนั้นจะเป็น “7 วันแห่งความจริง” ที่ประชาชนจะได้เห็นพลังเสียงสนับสนุนจากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าประชาชนสามารถเข้าใจและสื่อสารนโยบายของพรรคเพื่อไทยได้อย่างชัดเจน รวมถึงตั้งคำถามกับพรรคได้โดยตรง
เมื่อถามถึงกรณีบางพรรคการเมืองใช้กลยุทธ์เลือกข้างและอาจนำไปสู่ความแตกแยก นายยศชนัน กล่าวว่า หน้าที่ของพรรคการเมืองคือการพาประเทศก้าวไปข้างหน้า ส่วนการตัดสินใจเป็นของประชาชน

ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสการใช้วาทกรรมแบ่งแยกระหว่าง “รักชาติ–ไม่รักชาติ” ว่า เป็นวิธีการที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง เป็นการแบ่งแยกประชาชนและไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศเผชิญปัญหาชายแดน ซึ่งทุกพรรคและคนไทยควรเป็นหนึ่งเดียวกัน
นายจุลพันธ์ ระบุว่า หลังเปิดตัวนายยศชนัน เพียงกว่า 20 วัน พรรคเพื่อไทยติดอันดับท็อป 3 จากโพลเกือบทุกสำนัก สะท้อนโอกาสสูงในการชนะการเลือกตั้ง พร้อมย้ำว่าการบอกว่าเป็นการเลือกตั้งระหว่างเพียงสองพรรค หรือการใช้คำว่ารักชาติ เป็นการดูถูกวิจารณญาณของประชาชน
พร้อมยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยให้การสนับสนุนรัฐบาลของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการดูแลสถานการณ์ชายแดนอย่างเต็มที่ เพราะเรื่องชาติเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน
นายจุลพันธ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ดินเขากระโดง ว่าพรรคเพื่อไทยยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และจะเดินหน้าติดตามคดีอย่างครบถ้วนตามคำวินิจฉัยของศาล พร้อมย้ำว่าพรรคไม่มีข้อจำกัดในการดำเนินการ แม้จะต้องร่วมรัฐบาลกับพรรคใดก็ตาม
ส่วนกรณีกระแสการเปิดรายชื่อนักการเมืองที่อาจพัวพันคดีสแกมเมอร์ นายจุลพันธ์ ระบุว่า ต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด และตั้งข้อสังเกตว่าขณะนี้อาจมีการใช้กลไกรัฐในช่วงใกล้วันเลือกตั้ง ซึ่งเป็นประเด็นที่ทุกพรรคการเมืองจับตามอง
ขณะที่กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานการถอนเงินสดจำนวนมาก นายยศชนัน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้ตั้งคณะทำงานติดตามเรื่องการซื้อเสียงอย่างใกล้ชิด และขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพิ่มความระมัดระวัง เพราะเสียงของประชาชนครั้งนี้มีความสำคัญต่อทิศทางประเทศ
ท้ายที่สุด นายจุลพันธ์ ระบุว่า แม้จะมีความกังวลเรื่องการใช้อำนาจรัฐและการโยกย้ายข้าราชการในช่วงใกล้การเลือกตั้ง แต่พรรคเพื่อไทยไม่หวั่นไหว เพราะผ่านประสบการณ์ลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง และย้ำว่า “หลังพิง” ของพรรคมีเพียงประชาชนเท่านั้น



















