บรรยากาศหาเสียงตรังวันสุดท้ายคึกคัก! ชาวกันตังแห่รับ “อภิสิทธิ์” มอบดอกไม้-คล้องพวงมาลัยพรึบ ทึ่งเจอชาวบ้านมอบเงินสด 3,000 บาท หนุนการเมืองสุจริต เดินหน้าชน “เงินเทา–ซื้อเสียง” ด้าน “สาทิตย์” รุกหนัก ท้าชนอำนาจเงิน-อิทธิพล สั่งส่งเสียงเชียร์ให้ดังไกลถึง”เชียงใหม่-บุรีรัมย์”
วันที่ 3 ก.พ.69 ที่จังหวัดตรัง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหรรคประชาธิปัตย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่1 พร้อมคณะ ได้ลุยหาเสียงที่เทศบาลเมืองกันตัง จ.ตรัง เพื่อช่วย นายกาญจน์ ตั้งปอง ผู้สมัคร สส.เบอร์ 2 ตรัง เขต 4 ประชาชนแห่ขอเซลฟี คล้องพวงมาลัยดาวเรือง มอบดอกกุหลาบแดง ผ้าขาวม้าผูกเอว บรรยากาศคึกคัก
ช่วงแรก นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรค กล่าวทักทายประชาชนที่มาต้อนรับและฟังการปราศรัยย่อยโดยแซวนายอภิสิทธิ์ว่า “ไม่ต้องเดินเองแล้ว เพราะมีชาวบ้านรุนมา” ก่อนจะย้ำว่า “ขอให้ส่งเสียงดัง ๆ ไปให้ถึงจังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดบุรีรัมย์ เลย“
โดยนายอภิสิทธิ์ ขึ้นปราศรัยกับชาวกันตรังว่า อยากทำการเมืองสุจริต เพื่อทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น แต่ต้องเริ่มจากกระบวนการเลือกตั้ง ที่จะไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งเป็นเรื่องที่นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ บอกกับชาวตรังมาโดยตลอด ถ้าปล่อยให้เรื่องของเงินมาครอบงำทางการเมืองแล้ว บ้านเมืองจะมีปัญหาแบบที่เป็นอยู่ วันนี้จึงต้องเชิญชวน เพราะหลาย 10 ปีที่ตนเองอยู่การเมืองประชาชนก็เคียงข้างกับประชาธิปัตย์ในการต่อสู้เรื่องพวกนี้มาโดยตลอด ครั้งนี้เราต่อสู้เพื่อให้กลับมาสู่บ้านเมืองที่มีคนทำงาน ไม่มีผลประโยชน์ เป็นคนทำงานที่ทุ่มเทให้กับประชาชนร้อยเปอร์เซ็นต์

นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า ถ้าเราไม่มีปัญหาสีเทา การทุจริต ที่ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยน่ากลัว การท่องเที่ยวก็จะกลับมาอย่างเต็มที่ นี่คือสิ่งที่เราต้องช่วยกันทำ เพื่อให้เศรษฐกิจดี แต่ตนเองรู้ว่าทำให้เศรษฐกิจดีในพริบตาทำไม่ได้ ดังนั้น ประชาธิปัตย์เราไม่มาหลอก
อย่างไรก็ตาม ภายหลังนายอภิสิทธิ์ปราศรัยเสร็จสิ้น ประชาชนมารุมล้อมขอถ่ายรูป พร้อมนำเสื้อแจ็กเก็ต ปักคำว่า “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” มาให้นายอภิสิทธิ์เซ็น ขณะเดียวกันยังมีประชาชน มอบเงินบริจาค ช่วยพรรคประชาธิปัตย์หาเสียง จำนวน 3,000 บาท
จากนั้นนายอภิสิทธิ์และคณะเดินทางมายังตลาดทุ่งยาว เพื่อช่วยนายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ ผู้สมัคร สส.เขต 3 ตรัง โดยมีประชาชนมาคอยรอต้อนรับและฟังการปราศรัยจำนวนมาก แต่โดยมอบดอกไม้ พวงมาลัย บางส่วนได้นำผ้าขาวม้ามาคาดเอว เพื่อเป็นกำลังใจ ด้วย
ต่อมาคณะได้เดินทางไปตลาดย่านตาขาวพื้นที่ของนายกาญจน์ ตั้งปอง ผู้สมัครสส.พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 2 เขต 4 โดยยังคงตอกย้ำนโยบายหลัก ๆ และ รณรงค์ไม่ขายเสียง โดยกล่าวว่าหากแต่ละพรรคให้ผู้สมัครใช้เงินคนละ 50ล้านคูณเข้าไปจะเป็นเท่าไหร่ ถ้าไม่ใช่เงินที่ผิดกฎหมายหรือเงินที่โกงกินกับประชาชนเราจะไม่ทนต่อไป นี่คือเหตุผลที่เราต้องช่วยกันเพื่อให้การเมืองกลับมาเป็นการเมืองเพื่อชาวบ้านทุกคน

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าตนกลับมาครั้งนี้มีเวลาน้อยมากต้องเร่งคิดนโยบายเช่นนโยบายเศรษฐกิจสิ่งที่คิดตลอดเวลาตอนนี้คือจะช่วยเกษตรกรอย่างไร ช่วยพ่อค้าแม่ขายอย่างไร เราปล่อยเศรษฐกิจเป็นแบบที่ผ่านมาไม่ได้ ก่อนปีใหม่ตนเดินเข้าไปในตลาด ประชาชนจะบอกว่ามีเงินหมุนเวียนอยู่บ้างเพราะมีโครงการคนละครึ่ง ตอนนั้นทุกคนก็พึงพอใจ แต่หลังปีใหม่พอโครงการหมดตลาดกลับมาเงียบสนิทเหมือน แสดงว่าเราใช้วิธีแบบนี้ไปเรื่อยๆไม่ได้ ถ้าจำเป็นก็ต้องใช้ แต่สิ่งที่เราต้องทำให้ได้คือทำให้ประชาชนกลับมามีรายได้ดี ตอนที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีเคยทำให้ราคายางอยู่ที่ 150 บาทถึง 180 บาทจำได้หรือไม่ ช่วงที่เกษตรกรรายได้ดีเศรษฐกิจก็หมุนเวียนเราต้องเอาสิ่งนั้นกลับมากลับ แต่จะมาได้ก็ด้วยนักการเมืองที่เป็นมืออาชีพสุจริตไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ไม่มัวแต่ไปคิดโครงการที่เป็นประโยชน์กับนักการเมืองมากกว่าประชาชน เอาเงินช่วยเหลือประชาชนให้ตรงจุดและทำให้ลืมตาอ้าปากได้
นายอภิสิมธิ์กล่าวว่าว่าเที่ยวนี้ถ้าดูนโยบายของพรรประชาธิปัตย์ เราจะทำให้ภาคใต้เจริญด้วยการตัดถนนมอเตอร์เวย์ลงใต้ ทำรถไฟวิ่งความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจากกรุงเทพลงไปถึงหาดใหญ่ และ ชายแดนมาเลเซีย จะตัดจุดเชื่อมระหว่างอ่าวไทยกับอันดามันที่ออกไปทางมาเลเซียทั้งหมดเพื่อให้เกิดธุรกิจการลงทุน ซื้อยางพาราได้ผลการเกษตรของชาวใต้ได้ยกราคาขึ้นมาให้ได้ นอกจากนี้นโยบายประกันราคารายได้ยังอยู่ที่ 60 แต่ถ้าทำตามแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจที่ว่าตนมั่นใจว่ายางราคาเกินกว่านี้แน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการปราศรัยช่วงหนึ่งนายอภิสิทธื์ได้หยอกกับประชาชนว่าพรรคมีนโยบายสนับสนุนเด็กแรกเกิดทันที5พันบาท และต่อเนื่องจนครบ65,000บาท พร้อมถามว่าใครยังไม่มีลูก ได้รับเสียงตอบว่ากำลังอยู่ นายอภิสิทธ์กล่าวถ้าอย่างนั้น “ทำแล้ว ทำอีก ทำต่อไป ”ส่วนใครที่ยังไม่มีพ่อพันธุ์ ตนเสียใจด้วย พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีนโยบายแจกพ่อพันธุ์ฟรี โดยเรียกเสียงฮาจากประชาชนที่มาร่วมฟังปราศรัยอย่างคึกคัก
หลังจากจบปราศรัยย่อย กลุ่มมวลชนได้รุมล้อมนายอภิสิทธิ์มอบดอกไม้ ให้กำลังใจพร้อมขอถ่ายรูปเพื่อเป็นที่ระลึกก่อนที่จะเดินทางไปปราศรัยที่จุดต่อไปคือ ตลาดนาโยง ตลาดห้วยยอด และตลาดทับเที่ยง โดยจะมีการขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ร่วมกีบนายชวน หลีกภัย ผู้สมัครบัญชีรายชื่อลำดับที่2 ของพรรคประชาธิปัตย์ หน้าศาลากลางหลังเก่า




















