“อภิสิทธิ์”ย้ำประชาธิปัตย์คัดกรองผู้สมัครเข้ม ให้เจ้าตัวรับรองตนเอง พร้อมส่งข้อมูลตรวจสอบหน่วยงานรัฐ ยกเคสผู้สมัครอุดรฯ กกต.เพิ่งพบคำพิพากษาปี 50 ทั้งที่ลงสมัครได้มาแล้ว 2 ครั้ง
เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ตลาดแสงทิพย์ ถนนสุขุมวิท นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเรื่องให้ศาลฎีกามีคำสั่งถอนชื่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จากพรรคการเมืองต่างๆ หลายราย และล่าสุดเตรียมส่งรายชื่อเพิ่มเติมอีก 28 ราย โดยผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลหรือไม่ว่าอาจส่งผลให้การเลือกตั้งมีปัญหา นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “ไม่กังวล” เพราะการตัดสิทธิ์ผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติเป็นเรื่องปกติตามกฎหมาย ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าอาจมีบางพรรคที่หัวหน้าพรรคต้องมารับผิดชอบด้วย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ในกระบวนการรับรองผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์นั้น พรรคดำเนินการให้ “เจ้าตัวรับรองตัวเอง” ก่อน จากนั้นพรรคจะส่งข้อมูลของผู้สมัครไปตรวจสอบกับหน่วยงานต่างๆ ซึ่งบางครั้งได้รับคำตอบ แต่บางครั้งไม่ได้รับคำตอบ
นายอภิสิทธิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนได้ทำหนังสือชี้แจงอย่างชัดเจนถึงกระบวนการของพรรค โดยยกตัวอย่างกรณีล่าสุดที่พรรคได้รับแจ้งจาก กกต. เมื่อ 2 วันที่แล้วว่า ผู้สมัคร สส.ของพรรคในจังหวัดอุดรธานีถูกตรวจพบว่ามีคำพิพากษาของศาลเมื่อปี 2550 ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผู้สมัครคนดังกล่าวสามารถลงสมัคร สส. ในการเลือกตั้งปี 2562 และปี 2566 ได้ ซึ่งทั้งสองครั้งพรรคประชาธิปัตย์และ กกต.ไม่พบข้อมูลดังกล่าว แต่ กกต.เพิ่งตรวจพบในการเลือกตั้งรอบนี้
ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีผู้สมัครที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์บางราย ทั้งที่ทราบว่าตนเองไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งแต่ยังมาลงสมัคร สส. นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เจ้าตัวคงต้องไปอธิบายว่าทำไมจึงรับรองตัวเองไป พร้อมระบุว่าในบางกรณี เช่น การไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เคยมีสถานการณ์ที่พรรคไม่พบข้อมูล หรือข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลง
นายอภิสิทธิ์ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์พยายามตรวจสอบอย่างถึงที่สุด และได้ชี้แจง กกต.ตั้งแต่ต้นในขั้นตอนการส่งเรื่องรับรองผู้สมัคร โดยอธิบายให้ กกต.ทราบชัดเจนว่า กระบวนการของพรรคเป็นอย่างไร




















