“อนุทิน”ปราศรัยสนามกีฬากลางศรีสะเกษ ระบุคำสั่งประชาชนคือ “ห้ามเปิดด่าน” ชี้ปิดด่านทำราคาพืชผลดีขึ้น พร้อมขอแรงหนุนเลือกเบอร์ 37 เป็นนายกฯอีกสมัย ย้ำประเทศไม่มีเวลาทดลองงาน
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 4 ก.พ. ที่สนามกีฬากลางจังหวัดศรีสะเกษ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่หาเสียงในจังหวัดศรีสะเกษตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเย็น เพื่อช่วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคฯ หาเสียง ได้แก่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้สมัคร สส.เขต 1 และนายศุภกิจ สีหาภาค ผู้สมัคร สส.เขต 2
ทั้งนี้ จังหวัดศรีสะเกษมีผู้สมัคร สส. พรรคภูมิใจไทยครบทั้ง 9 เขต ประกอบด้วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เขต 1 นายศุภกิจ สีหาภาค เขต 2 นายธนา กิจไพบูลย์ชัย เขต 3 นายชิตพล ไตรสรณกุล เขต 4 น.ส.จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล เขต 5 นายคชศักดิ์ ศิริรัตน์มานะวงศ์ เขต 6 นายวิสุทธิ์ชาติ ปัญญาทรงรุจิ เขต 7 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ เขต 8 และนายวิทวัส ไตรสรณกุล เขต 9
นายอนุทินขึ้นเวทีปราศรัยต่อประชาชนว่า หากผู้ที่มาร่วมฟังปราศรัยกลับไปลงคะแนนให้ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยครบทุกคน “ก็ไม่ต้องหาเสียงแล้ว เตรียมตัวเข้าสภาฯได้เลย” เนื่องจากมีประชาชนมาร่วมจำนวนมาก พร้อมกล่าวชื่นชมนายสิริพงศ์ว่าเป็นผู้ทำงานรับใช้และสร้างชื่อเสียงให้กับชาวศรีสะเกษอย่างมาก
นายอนุทินระบุว่า ศรีสะเกษเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญต่อพรรคภูมิใจไทย โดยพรรคเริ่มต้นจากจังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ และต่อมาคือศรีสะเกษ พร้อมกล่าวถึงความใกล้ชิดกับพื้นที่ และย้ำว่า บุคคลที่ตนไว้วางใจมากที่สุดคือ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี
นายอนุทินยังกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่าในช่วงเกิด “สงคราม” ศรีสะเกษเป็นจังหวัดที่ตนเป็นห่วงมากที่สุด และได้ลงพื้นที่ติดตามการอพยพ ความยากลำบาก และการดูแลประชาชนด้วยตนเอง พร้อมระบุว่า เมื่อได้เป็นนายกรัฐมนตรีช่วงเวลาสั้นๆ สิ่งที่ประเทศสูญเสียไป “กลับมาหมด”
จากนั้น นายอนุทินกล่าวย้ำถึงจุดยืนเรื่องการเปิดด่านว่า “สิ่งที่ได้เป็นฉันทานุมัติจากคนไทยทั้งประเทศ คือห้ามเปิดด่าน” พร้อมระบุว่า ถือเป็นคำสั่งที่ประชาชนมอบให้ จึงขอให้ “เลิกคิด” เรื่องเปิดด่านได้เลย
นายอนุทินยังกล่าวว่า หลังปิดด่าน ราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดปรับตัวดีขึ้น ทั้งข้าว มันสำปะหลัง หอมแดง มะม่วง และอ้อย พร้อมตั้งคำถามว่า “จะเปิดด่านหาพระแสงอะไรอีก” และย้ำว่า การไม่เปิดด่านทำให้ความรักของคนไทยเป็นหนึ่งเดียวกัน
นายอนุทินกล่าวต่อว่า ประชาชนมีความรู้สึกร่วมกัน โดยตนมีความรู้สึก “แค้น” ที่คนไทยถูกรังแก จึงขอให้ประชาชนตัดสินใจว่า ในวันที่ 8 ก.พ. จะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมถามย้ำว่า “เบอร์ 37 ใช่หรือไม่” โดยระบุว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคเดียวที่กัมพูชาไม่อยากให้เป็นรัฐบาล เพราะ “ไม่ได้อะไรไปแน่นอน” พร้อมกล่าวพาดพิงว่า หากเป็นพรรคอื่นอาจนำไปสู่การเปิดด่าน คืนดินแดน หรือการเจรจาต่างๆ
นายอนุทินระบุว่า ตนไม่จำเป็นต้องพูดนโยบายอื่น เช่น คนละครึ่งพลัส เพราะหน้าที่ดังกล่าวเป็นเรื่องของคนอื่น แต่หน้าที่ของตนคือยืนยันจุดยืนเรื่องไม่เปิดด่าน และไม่ต้องการให้มีการเจรจาใดๆ ในเวลานี้ พร้อมขอให้ประชาชนเลือกเบอร์ 37 และเลือกผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยยกทีม เพื่อให้รัฐบาลทำงานตามที่ประชาชนต้องการ
ท้ายที่สุด นายอนุทินย้ำว่า สถานการณ์ชายแดนขณะนี้ “ปลอดภัยแล้ว” และไม่มีใครเข้ามาวุ่นวายอีก พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมือพรรคภูมิใจไทย และเชื่อมือเขาในการป้องกันดินแดน โดยระบุว่า ประเทศไม่มีเวลาทดลองงาน ไม่ใช่ที่ทดลองงานของใคร เพราะหากตัดสินใจผิดเพียงวินาทีเดียว อนาคตประเทศอาจเปลี่ยนไป พร้อมย้ำว่า พรรคภูมิใจไทยเข้ามาบริหารประเทศกว่า 2 เดือน ตัดสินใจถูก ทำให้อธิปไตยอยู่ครบ ได้กลับบ้านตรงเวลา และการเยียวยาตรงทั้งหมด จึงขอให้เลือกพรรคภูมิใจไทยเพื่อลดความเสี่ยงของประเทศ




















