หน้าแรกHighlight“กกต.”รับบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร กลับไทยแล้ว86แห่งเชื่อคัดแยกทันเวลา

“กกต.”รับบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร กลับไทยแล้ว86แห่งเชื่อคัดแยกทันเวลา

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

เลขาฯกกต.เผยบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจาก 95 แห่ง ส่งกลับไทยแล้ว 86 แห่ง คิดเป็นกว่า 90% คาดเสร็จทันคัดแยกและส่งไปยังเขตเลือกตั้ง พร้อมย้ำกรณีเรียกผู้บริหาร Fastwork ให้ข้อมูลโพสต์อ้างซื้อเสียง เป็นไปตามหน้าที่ตรวจสอบเพื่อความสุจริตเที่ยงธรรม

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดการบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรว่า จากการจัดสถานที่เลือกตั้งในต่างประเทศรวม 95 แห่ง ล่าสุดได้รับแจ้งจากกงสุลว่า ขณะนี้บัตรเลือกตั้งส่งกลับเข้ามาในประเทศไทยแล้ว 86 แห่ง คิดเป็นประมาณร้อยละ 90

นายแสวง ระบุว่า คาดว่าจะแล้วเสร็จทันต่อการคัดแยกบัตรและส่งไปยังเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด โดยบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าและบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจะเดินทางไปพร้อมกัน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ กกต.เรียกนายซีเค เจิง ซีอีโอและผู้บริหารแพลตฟอร์ม Fastwork มาให้ข้อมูล หลังมีข้อความบนโซเชียลมีเดียระบุว่า “ยายของตัวเองมีการซื้อเสียง” นายแสวง ชี้แจงว่า หลักการของ กกต. คือหากมีผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความผิดพลาดของ กกต. หรือการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง จะเรียกมาสอบสวนทั้งหมด เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงมาบริหารจัดการการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม และเพื่อป้องกันการใส่ร้ายกัน

นายแสวง กล่าวว่า จากข้อความดังกล่าวมีการระบุในลักษณะว่ามีพรรคการเมืองซื้อเสียง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้ตามกฎหมาย จึงจำเป็นต้องตรวจสอบว่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่ พร้อมย้ำว่า แม้ข้อความจะไม่ระบุชื่อพรรคการเมือง แต่ กกต.มีหน้าที่ต้องตรวจสอบ และต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการเรียกมาสอบสวน

เมื่อถามต่อถึงการป้องปรามกรณีผู้โพสต์ข้อความด้วยความคึกคะนองบนโลกโซเชียล นายแสวง กล่าวว่า ปัจจุบันมีคำร้องเข้ามาแล้ว 90 เรื่อง โดยกว่าร้อยละ 80 เป็นการร้องเรียนกรณีโพสต์ข้อความใส่ร้าย ขณะที่คำร้องเกี่ยวกับการซื้อเสียงมีไม่ถึงร้อยละ 10 ซึ่งช่วง 3-4 วันก่อนถึงวันเลือกตั้งถือเป็นช่วงเฝ้าระวังสำคัญ

ส่วนความคืบหน้ากรณีจับหัวคะแนนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายแสวง กล่าวว่า กกต.สุราษฎร์ธานีได้เข้าไปทำงานเชิงรุกเพื่อตรวจสอบว่า มีการจัดเตรียมการกระทำผิดหรือไม่ เบื้องต้นคาดว่าจะตั้งเป็น “ความปรากฏ” ส่วนรายละเอียดต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อไป

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img