“สนธิญา สวัสดี” เข้าสำนักงาน กกต. แจ้งวัฒนะ ขอให้พิจารณาเลื่อนการเลือกตั้งออกไป 1-2 เดือน ชี้เลือกตั้งล่วงหน้ามีปัญหาหลายจุด ทั้งการประกาศรายชื่อผู้สมัครผิดพลาด-จ่าหน้าซองบัตรไม่ถูกต้อง พร้อมตั้งข้อสงสัยเรื่องการจัดลงประชามติในวันเดียวกัน อาจกระทบหลักการเลือกตั้งโดยลับ ขู่หากไม่แก้ อาจยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ
เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งวัฒนะ นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อขอให้พิจารณาเลื่อนการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 2569 ออกไปเป็นระยะเวลา 1-2 เดือน โดยให้เหตุผลว่า ส่วนตัวรู้สึกไม่สบายใจต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้ง หลังพบปัญหาจำนวนมากจากการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา
นายสนธิญาระบุว่า การเลือกตั้งล่วงหน้ามีความผิดพลาดหลายประการ เช่น ไม่มีประกาศรายชื่อผู้สมัคร สส. ในบางพื้นที่ เจ้าหน้าที่แจ้งกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่า ผู้สมัครถูกถอนชื่อ รวมถึงพบกรณีจ่าหน้าซองบัตรเลือกตั้งผิดพลาด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจไม่สุจริตเที่ยงธรรม
นอกจากนี้ นายสนธิญายังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ซึ่งจะมีการออกเสียงลงประชามติควบคู่กัน โดยตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่จัดให้ประชาชนได้รับบัตร 3 ใบพร้อมกัน เพราะเกรงว่าผู้มีสิทธิออกเสียง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ อาจเกิดความสับสนจนทำให้เกิดความวุ่นวายในหน่วยเลือกตั้ง
นายสนธิญาย้ำด้วยว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้การเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยลับ แต่หากในหน่วยเลือกตั้งมีการเดินสวนกันไปมาระหว่างผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. กับผู้มาออกเสียงประชามติ อาจทำให้กระบวนการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ และส่งผลต่อความสุจริตเที่ยงธรรมของการเลือกตั้ง
ขณะเดียวกัน นายสนธิญายังกล่าวถึงกรณีที่ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อขอให้ตัดสิทธิผู้สมัคร สส. ประมาณ 28-30 ราย โดยระบุว่า หากศาลมีคำสั่งตัดสิทธิจริง หัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรค ซึ่งเป็นผู้ลงนามรับรองเอกสารการสมัคร ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย เนื่องจากเข้าข่ายใช้เอกสารเท็จ หรือประมาทเลินเล่อจนทำให้ระบบราชการเสียหาย ซึ่งอาจเป็นความผิดตามกฎหมายพรรคการเมืองและเข้าข่ายฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง
นายสนธิญากล่าวว่า หากหัวหน้าพรรคที่มีผู้สมัครถูกศาลตัดสิทธิได้เข้าไปเป็นรัฐบาล จะทำให้เกิด “รัฐบาลสีเทา สีดำ” และควรถูกยื่นตรวจสอบด้านจริยธรรม
นายสนธิญายังกล่าวถึงข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่พบการเบิกถอนเงินสดผิดปกติ 2 ครั้ง รวมเป็นเงิน 450 ล้านบาท โดยเป็นธนบัตรย่อยจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ และตนได้ยื่นหนังสือถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อให้ร่วมตรวจสอบกับ ธปท. ว่ามีการถอนเงินจำนวนดังกล่าวกี่ครั้ง และนำไปใช้ทำอะไร รวมถึงมีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางการเมืองหรือไม่
นายสนธิญาระบุด้วยว่า กรณีดังกล่าว นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า สามารถเตรียมเงินได้ แต่อย่าซื้อเสียง ซึ่งตนเห็นว่าเป็นการกระทำความผิดที่สำเร็จไปแล้ว และสะท้อนถึงการขาดคุณธรรมจริยธรรม
นายสนธิญากล่าวเพิ่มเติมว่า ต้องการให้ กกต. แก้ไข ปรับปรุง และตรวจสอบทุกประเด็นข้างต้นอย่างละเอียด เพราะเชื่อว่า หาก กกต. ไม่ดำเนินการ พรรคการเมืองและบุคคลที่เสียสิทธิ รวมถึงตนเอง จะดำเนินการฟ้องร้องเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ ซึ่งอาจส่งผลให้การเลือกตั้งล่าช้าและเสียงบประมาณกว่า 8,000 ล้านบาทไปโดยใช่เหตุ พร้อมตั้งคำถามว่า หากเกิดความเสียหายแล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ
นายสนธิญายืนยันว่า การเรียกร้องให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไป ไม่ได้เกิดจากอคติต่อ กกต. แต่ต้องการให้เกิดการเลือกตั้งที่สุจริตและเป็นธรรม โดยมองว่าหากเลื่อนออกไปให้จัดในเดือนมีนาคมหรือเมษายน กกต.สามารถประกาศได้ทันที แม้อาจต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม แต่จะเป็นจำนวนที่น้อยกว่าความเสียหายหากการเลือกตั้งถูกวินิจฉัยให้เป็นโมฆะในภายหลัง
ท้ายที่สุด นายสนธิญายังกล่าวว่า มีรายงานข้อมูลการซื้อสิทธิขายเสียงในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร โดยมีการจดชื่อประชาชนไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้แจกเงิน เนื่องจากตนได้แจ้งข้อมูลต่อ กกต.ฝ่ายสอบสวนในพื้นที่ ทำให้เกิดการป้องปรามจนยังไม่กล้าดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีความกังวลว่า ก่อนวันเลือกตั้ง 1 วัน หรือในช่วงเช้าวันเลือกตั้ง อาจมีการตระเวนแจกเงิน โดยขณะนี้มีข้อมูลแล้วไม่ต่ำกว่า 2 พรรค ที่มีพฤติกรรมดังกล่าว และมีการซื้อเสียงหัวละตั้งแต่ 200-500 บาทต่อหัว




















