กลายเป็นเรื่องที่น่าติดตาม หลังมีความพยายามในการนำ “การพนันออนไลน์” ขึ้นมาอยู่ “บนดิน” ให้ถูกกฎหมาย ควบคู่ไปกับการเดินหน้าผลักดันนโยบาย “เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์” ภายใต้รัฐบาล “นายกฯแพทองธาร ชินวัตร”
ความพยายามในการนำ “พนันออนไลน์” มากำกับดูแลโดยภาครัฐให้ถูกกฎหมาย ถูกจุดพลุโดย “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ในงานดินเนอร์ทอล์ค เมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา
โดยอดีตนายกฯ บอกว่า “รัฐบาลไทยสามารถหาวิธีจัดเก็บภาษีจากการพนันออนไลน์ได้ โดยคนไทย 2-4 ล้านคนใช้เงิน 300,000 ล้านบาท เล่นพนันออนไลน์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีเงินหมุนเวียนราว 500,000 ล้านบาทต่อปี หากรัฐสามารถเก็บภาษีได้ 20% จะมีรายได้เพิ่มกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี”
จากนั้น ครม.มีมติเห็นชอบ ตามที่กระทรวงดีอี เสนอให้มีการแก้กฎหมายเพื่อเอา “การพนันออนไลน์” ขึ้นมาเป็นการพนันที่ถูกกฎหมาย โดยให้ 3 หน่วยงานรับผิดชอบ คือกระทรวงดิจิทัลฯ กระทรวงมหาดไทย และคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยจะเริ่มแก้จากกฎหมายลำดับรองก่อน
เมื่อย้อนที่มา-ที่ไป ในการผลักดันนโยบายดังกล่าว ทีมข่าวตรวจสอบพบ บันทึกการประชุมคณะอนุกรรมาธิการ พิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการตั้งสถานบันเทิงครบวงจร ในคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex เพื่อแก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมายและเพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2567 หรือเกือบ 1 ปีก่อน
เคยมีการหารือแนวทางเรื่องพนันออนไลน์ ให้ถูกกฎหมายเอาไว้แล้วครั้งหนึ่ง จึงอาจกล่าวได้ว่า การผลักดันนโยบายเปิดสถานบันเทิงครบวงจร มีความพยายาม ในการนำพนันออนไลน์ขึ้นมาอยู่บนดินควบคู่กันไป
ครั้งนั้น ตัวแทนจากสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จากฝ่ายป้องกันปราบปรามให้ข้อมูลว่า การปราบปรามเว็บไซต์พนันออนไลน์ มีปริมาณสูงขึ้นเรื่องๆ โดยเฉพาะช่วงปลายปี 2566
เนื่องจากสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ มีนโยบายใหม่ในการดำเนินการวิเคราะห์ จัดหา เพื่อทำลายเว็บไซต์การพนันออนไลน์ แต่ในปัจจุบันยังมีเว็บไซต์การพนันออนไลน์เพิ่มมากขึ้น เพราะระบบของเว็บไซต์การพนันออนไลน์จะอยู่ที่ต่างประเทศ
นอกจากนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ได้นำข้อมูลการศึกษาจากภาคเอกชนในปี 2566 ประมาณความเสียหายจากการเล่นพนันออนไลน์ 15,000 กว่าล้านบาท โดยมีผู้เล่นประมาณ 1.6 ล้านคน
การแก้ปัญหา หน่วยงานควรต้องมีการดำเนินการร่วมกัน อาทิ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น
ที่ผ่านมา กระทรวงดีอีสามารถปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์ได้ประมาณ 2 พันบัญชี แต่เมื่อปรับเปลี่ยนนโยบายใหม่ ทำให้ปิดเว็บไซต์ได้กว่า 5 พันบัญชี โดยต้องส่งหลักฐาน ไปให้ศาลพิจารณาสั่งปิดเว็บไซต์การพนันออนไลน์ ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ล่าสุดมีการนำระบบเอไอมาช่วย
ความเห็นสำคัญอยู่ในช่วงท้าย ระบุเอาไว้ว่า ทางสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ได้มีการศึกษาถึงความเป็นไปได้ เพื่อให้เว็บไซต์การพนันผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบเพื่อเปิดเป็นการพนันออนไลน์ถูกกฎหมาย แต่ต้องมีการประสานงาน รวมถึงมีหน่วยงานที่กำกับดูแล อีกทั้งควรศึกษากระบวนการต่างๆ จากประเทศสิงคโปร์
นี่เลยอาจเป็นอีกหนึ่งที่มาของแนวคิดการทำเว็บไซต์พนันออนไลน์ให้ถูกกฎหมายโดยรัฐบาล หากจะบอกว่ามีการตระเตรียมการไว้ตั้งแต่เริ่มพิจารณาร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ก็คงไม่ผิด
แต่ก็อาจมีคำถามว่า ในระยะเวลา 1 ปี การศึกษากระบวนการต่างๆ จากประเทศสิงคโปร์นั้น ได้สำเร็จลุล่วงตามที่ให้ข้อมูลในคณะอนุกรรมาธิการไปแล้ว ถึงมีการผลักดันเว็บพนันให้ถูกกฎหมายในปัจจุบันนี้ ใช่หรือไม่
หรือไหนๆ ก็ปราบไม่หมดแล้ว ก็ดันให้มันถูกกฎหมาย มุ่งเก็บภาษีหารายได้ จนอาจลืมถึงผลกระทบที่ตามมา โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ที่เข้าถึงเว็บไซต์พนันได้อย่างง่ายดายในปัจจุบัน
………………
รายงานพิเศษ : ฟ้าคำราม