หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยย้ำภาพหลุดที่ถูกเผยแพร่เป็นภาพปลอม สังเกตได้จากปีใต้ภาพและบุคคลร่วมโต๊ะไม่คุ้นหน้า พร้อมระบุไม่กังวลต่อให้เป็นภาพเก่า ชี้เป็นบุคคลสาธารณะถูกขอถ่ายรูปได้ตลอด แต่เตือนอย่าไปทำธุรกรรมหรือข้องเกี่ยวกับผู้ถูกกล่าวหา
เมื่อเวลา 14.55 น. วันที่ 7 ก.พ. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการปล่อยภาพขณะนั่งรับประทานอาหารคู่กับนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ “เบน สมิธ” ในวันสุดท้ายของการหาเสียง โดยยืนยันว่าเป็น “ภาพเอไอ”
นายอนุทินกล่าวว่า ภาพดังกล่าวสังเกตได้ชัดว่าใต้ภาพมีการระบุปี 2005 หรือปี 2548 ซึ่งเป็นช่วงที่ตนดำรงตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ และรู้จักนายเบนจามินในช่วงเวลานั้น โดยพบและเห็นเป็นครั้งแรกตามภาพที่มีบุคคลยืนเรียงกัน แต่ภาพล่าสุดที่เผยแพร่ออกมาไม่ทราบว่ามีเจตนารมณ์อะไร
พร้อมกันนี้ นายอนุทินระบุว่า สุภาพสตรีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ในภาพตนไม่รู้จัก ตอนแรกคิดว่าเป็นเพื่อนหรือคนรู้จัก แต่เมื่อซูมดูแล้วพบว่าไม่คุ้นหน้าแม้แต่คนเดียว อีกทั้งหากเป็นภาพปี 2005 จริง ตนก็น่าจะดูหนุ่มกว่านี้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นภาพจริงหรือภาพเอไอ จะดำเนินการฟ้องร้องหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีปัญหา “เอาที่สบายใจ” เพราะต่อให้เป็นภาพที่ถ่ายเมื่อ 20 หรือ 30 ปีก่อน ตนก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีความผิดพลาดหรือผิดกฎหมายใด ๆ
นายอนุทินกล่าวต่อว่า ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ระหว่างลงพื้นที่หาเสียง ตนถูกขอถ่ายภาพจากประชาชนนับพันนับหมื่นรูป จึงไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะเป็นบุคคลสาธารณะ สิ่งสำคัญคือเจตนา และในยุคเทคโนโลยีปัจจุบันสามารถถูกถ่ายภาพได้ทุกเวลา แต่ย้ำว่าไม่ควรไปทำธุรกรรมหรือข้องแวะกับบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด หรืออาจเข้าข่ายผิดกฎหมายและรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ นายอนุทินยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ปราศรัยบนเวทีว่ามี “ทฤษฎีสมคบคิด” ให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงจากตำแหน่ง แล้วให้นายอนุทินขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน
โดยนายอนุทินกล่าวว่า ไม่สามารถไปให้ความสนใจความคิดของแต่ละคนได้ทั้งหมด พร้อมยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยดำเนินการทางการเมืองตามครรลองระบอบประชาธิปไตยทุกอย่าง ไม่ว่ารัฐบาลจะเป็นเสียงข้างน้อยหรือเสียงข้างมาก
นายอนุทินกล่าวอีกว่า การที่ตนได้รับการขานชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี มาจากคะแนนเสียงที่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พร้อมขอบคุณ สส.ทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจเสนอชื่อและลงคะแนนให้ตนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี




















